69 / 100

บทความที่แล้ว คือบทความ (6) การออกคำสั่ง จิตใต้สำนึก จากภายใน ตอน 1 ผมได้กล่าวถึง ความหมายของการสั่งจิตใต้สำนึกจากภายใน การกำหนดเป้าหมาย การทำให้จิตตกอยู่ในภวังค์ สรุปและข้อคิดเห็น

สำหรับบทความ (7) เป็นการเล่าถึงการออกคำสั่งจิตใต้สำนึกจากภายใน ตอน 2 ในส่วนที่ว่าด้วย การออกคำสั่งจิตใต้สำนึกจากภายในคืออะไร การออกคำสั่งจิตใต้สำนึกกับการสร้างภาพแห่งความสำเร็จไว้ในใจ ตัวอย่างการออกคำสั่งจิตใต้สำนึกจากข้างใน สรุป และปิดท้ายด้วยการคุยกับดร.ชา

1.การออกคำสั่งจิตใต้สำนึกจากภายในคืออะไร

          การออกคำสั่งจิตใต้สำนึกจากภายใน คือ การบอกตนเองในใจว่า เรามีความต้องการในสิ่งใด เป้าหมายคืออะไร ภายในระยะเวลาเท่าใด และโดยวิธีใด พร้อมกับการนึกวาดภาพความสำเร็จขึ้นไว้ในใจ เพื่อใช้เป็นแรงผลักดันให้ตัวเรามีความมานะพยายามที่จะก้าวไปสู่เป้าหมายที่เราต้องการ

การบอกตนเองในใจ ควรบอกด้วยความคิดที่เป็นบวก เพราะความคิดที่เป็นบวกจะทำให้จิตของเรารู้สึกผ่อนคลายได้ง่าย

          หากคนเรามีความต้องการสิ่งใดจริง ๆ ความคิดของเราก็จะหมกมุ่นอยู่ในสิ่งนั้น แต่ความหมกมุ่นอาจจะยังไม่ถือว่า เป็นการออกคำสั่งจิตใต้สำนึก เพราะอาจมีการคิดกลับไปกลับมาว่าจะเอาอย่างไรดี ยังไม่มีการตัดสินใจ

            แต่ถ้าได้ตัดสินใจแน่นอนแล้วว่า เราต้องการสิ่งใด และได้บอกตัวเองซ้ำ ๆ บ่อย ๆ จึงจะเรียกได้ว่า เป็นการสั่งจิตใต้สำนึก เพราะถ้าไม่บอกตัวเองซ้ำบ่อย ๆ การระบบอัตโนมัติของจิตจะไม่เกิดขึ้น

            ตัวอย่าง

            การตัดสินใจว่าจะประกอบอาชีพอะไร ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ทุกคนต้องคิดตั้งแต่ยังเด็กหรือยังเรียนหนังสืออยู่ เพราะถ้าไม่คิดตั้งแต่ตอนนั้น ก็จะไม่สามารถตัดสินใจได้ว่า จะเรียนด้านใดดี 

            คนอยากเป็นหมอ ก็ต้องเป็นคนเรียนเก่ง เรียนสายวิทย์ และต้องตั้งใจเรียนตลอด เพราะถ้าไม่เก่งและไม่ตั้งใจเรียนตลอด โอกาสจะสอบบเข้าเรียนหมอได้ย่อมเป็นไปได้ยากหรือเป็นไปไม่ได้เลย

            คนอยากเป็นวิศวกร ต้องสอบเข้าเรียนวิศวะ หากไม่เก่งคำนวณ ไม่เก่งกลศาสตร์ โอกาสสอบเข้าเรียนได้ย่อมมีน้อย

            คนอยากเป็นนักกฎหมาย ต้องสอบเข้าเรียนนิติศาสตร์ แต่ถ้าสอบเข้าไม่ได้ ก็ยังมีมหาวิทยาลัยเปิดหรือมหาวิทยาลัยเอกชนรองรับอยู่

            คนอยากเป็นนักกีฬาอาชีพ อย่างนักฟุตบอล นักกอล์ฟ ก็ควรจะเป็นคนที่มีพื้นฐานทางกีฬาด้านนั้น ๆ ดี จึงจะเอาดีถึงขั้นยึดเป็นอาชีพได้

            เมื่อจิตสำนึกได้ตัดสินใจแล้วว่า โตขึ้นอยากประกอบอาชีพอะไร จิตใต้สำนึกจะรับทราบ  และคอยกระตุ้นเรามีความกระตือรือร้นและมีความเพียรพยายามในการทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อให้เราสามารถเดินทางไปสู่จุดหมายที่เราใฝ่ฝันได้

2.การออกคำสั่งจิตใต้สำนึกกับการสร้างภาพแห่งความสำเร็จ

     การสร้างภาพแห่งความสำเร็จ คืออะไร และทำไมต้องสร้างภาพ

            การสร้างภาพแห่งความสำเร็จ คือการจินตนาการด้วยการสร้างภาพสิ่งที่เป้าหมายในชีวิตของเราในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง หรือถ้าจะกล่าวง่าย ๆ คือ การสร้างภาพยนตร์สั้น ๆ สักเรื่องหนึ่งขึ้นไว้ในใจ หากเราสามารถสร้างภาพยนตร์สั้นในเรื่องนั้นได้ดี กระชับและชัดเจนมากเท่าใด ก็ย่อมจะสามารถสร้างแรงผลักดันหรือแรงจูงใจให้เราได้มากเท่านั้น

การสร้างภาพแห่งความสำเร็จไว้ในใจเป็นสิ่งจำเป็นในการออกคำสั่งจิตใต้สำนึกจากภายใน
การสร้างภาพแห่งความสำเร็จไว้ในใจ เป็นสิ่งจำเป็นในการออกคำสั่งจิตใต้สำนึกจากภายใน

            การสร้างภาพแห่งความสำเร็จ ต้องเป็นภาพของเรื่องราวที่มีชีวิตชีวา ดูแล้วเกิดความฮึกเหิม สนุกสนานเพลิดเพลิน และมีความสุข จนอยากจะลงมือทำให้เกิดความสำเร็จจริง ๆ และที่สำคัญคือ ในการสร้างภาพดังกล่าวต้องเป็นการสร้างภาพให้เห็นตัวเราเคลื่อนไหวทำกิจกรรมบางอย่างที่จะทำให้เราสามารถก้าวไปสู่จุดหมายได้

          แต่ถ้าเราไม่กล้าสร้างภาพแห่งความสำเร็จขึ้นมาอย่างมีชีวิตชีวา แสดงว่า สิ่งนั้นอาจจะยังเป็นสิ่งเราทำได้ยาก หรืออาจจะไม่ใช่ความต้องการที่แท้จริงขอเรา เพราะแม้แต่แค่การสร้างภาพเรายังขาดความเชื่อมั่นอยู่เลย หากเป็นเช่นนี้ ก็น่าจะทบทวนเป้าหมายของเราใหม่จนกว่าจะแน่ใจว่า เป็นเป้าหมายที่เราต้องการและน่าจะทำได้จริง ๆ

          ดังนั้น การสร้างภาพแห่งความสำเร็จขึ้นมาในใจของเรา จึงเป็นตัวชี้วัดเบื้องต้นว่า สิ่งที่เราคิดจะไขว้คว้ามา น่าจะเป็นไปได้ไหม

          ท่านผู้อ่านคิดว่า ลำพังการบอกตนเองในใจบ่อย ๆ ว่า เรามีความต้องการอะไร โดยไม่มีการนึกหรือจินตนาการสร้างภาพเป้าหมายที่เราต้องการควบคู่ไปด้วย จะมีพลังในการผลักดันให้เรามีความเพียรพยายามที่จะกระทำการต่าง ๆ เพื่อให้เราไปสู่ความสำเร็จตามที่มุ่งหวังไว้หรือไม่

            ผมคิดว่า ทุกท่านคงยอมรับว่า การคิดไว้ในใจลอย ๆ โดยไม่มีการจินตนาการสร้างภาพเป้าหมายที่เราต้องการขึ้นมาควบคู่ไปด้วย  ไม่น่าจะมีพลังมากพอในการผลักดัน เพราะยังเป็นความคิดแบบนามธรรม ยังไม่เป็นรูปธรรม

            ความสำเร็จยากที่จะเกิดขึ้นได้ ถ้าเราไม่สามารถแปลงความคิดที่เป็นนามธรรม (abstract) ให้เป็นรูปธรรม (concrete) เพราะความคิดที่เป็นนามธรรมยังเป็นความคิดที่เลื่อนลอยอยู่ ไม่ชัดเจน ไม่แน่ชัดว่า ความต้องการที่แท้จริงของเรา คืออะไรกันแน่

            เพื่อให้ท่านผู้อ่านเข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้น ผมขอเปรียบเทียบกับการแสดงธรรมของพระพุทธองค์ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้สามารถปักหลักฐานได้มั่นคงมาแล้วเป็นระยะเวลา 2563 ปี ว่า มีอยู่ 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นหลักธรรมล้วน ๆ อย่างที่เรียกว่า ธรรมาธิษฐาน และส่วนที่เป็นรูปธรรมมียกตัวอย่างประกอบคือนิทานชาดก ทำให้เข้าใจง่าย อย่างที่เรียกว่า บุคลาธิษฐาน

            จิตใต้สำนึกจะยอมรับคำสั่งได้ดี ถ้ามีคำสั่งทั้ง 2 ส่วนรวมกันและผสมผสานกันอย่างกลมกลืน คือ  มีทั้งส่วนที่เป็นนามธรรมและส่วนที่เป็นรูปธรรม จะขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไม่ได้ หากมีเฉพาะส่วนที่เป็นนามธรรม ย่อมขาดความชัดเจน และหากมีเฉพาะส่วนที่เป็นรูปธรรม จิตใต้สำนึกก็จะไม่เข้าใจความหมายของมโนภาพที่เราสร้างขึ้น

3.ตัวอย่างการออกคำสั่งจิตใต้สำนึกจากภายใน

          เพื่อให้ท่านผู้อ่านเข้าใจวิธีการออกคำสั่งจิตใต้สำนึกจากภายในได้ชัดเจน ผมขอยกตัวอย่างประกอบ ดังนี้

            3.1 การออกคำสั่งจิตใต้สำนึกเพื่อเอาชนะความกลัว

          คนเรามักจะมีความกลัวในบางสิ่งบางอย่าง แตกต่างกันไปแล้วแต่ภูมิหลังของแต่ละคน เช่น กลัวความสูง กลัวความมืด กลัวสุนัข กลัวทะเล กลัวเข็มฉีดยา และกลัวตาย เป็นต้น

            เคล็ดลับในการออกคำสั่งเอาชนะความกลัว

            เมื่อเรากลัวสิ่งใด ต้องฝึกการสั่งจิตใต้สำนึกพร้อมกับสร้างภาพตัวเราให้เผชิญหน้าสิ่งที่เรากลัวนั้น ทีละขั้นตอน อย่างช้า ๆ และบ่อย ๆ  ด้วยความรู้สึกผ่อนคลาย ตามตัวอย่างข้างล่างนี้

            แดงเป็นคนกลัวความสูง จึงไม่ชอบเดินทางโดยเครื่องบินถ้าไม่จำเป็น ชอบเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถโดยสารประจำทาง หรือรถไฟ  แดงต้องการเอาชนะความกลัวในเรื่องนี้ ด้วยการออกคำสั่งจิตใต้สำนึกพร้อมกับการสร้างภาพเพื่อให้หายกลัวการเดินทางด้วยเครื่องบิน ตามขั้นตอน ดังนี้

          ❶บอกตัวเองว่าจะเอาชนะความกลัวการขึ้นเครื่องบินให้ได้ภายในระยะเวลาเท่าใด

            ❷บอกตัวเองให้รู้สึกผ่อนคลายในขณะก้าวขึ้นเครื่องบิน

            ❸บอกตัวเองให้รู้สึกผ่อนคลายที่มีพนักงานต้อนนรับบนเครื่องบินได้ทักทายอย่างเป็นมิตร

            ❹บอกตัวเองให้รู้สึกผ่อนคลายเมื่อได้นั่งลงบนที่นั่งของตน

            ❺บอกตัวเองให้รู้สึกผ่อนคลายเมื่อเครื่องบินเริ่มทยานขึ้นฟ้า

            ❻บอกตัวเองให้รู้สึกผ่อนคลายในขณะที่เครื่องบินกำลังบินไปสู่จุดหมายปลายทาง

            ❼บอกตัวเองให้รู้สึกผ่อนคลายในขณะเครื่องบินกำลังลดระดับจะลงจอด ณ ท่าอากาศยาน

            ❽บอกตัวเองให้รู้สึกผ่อนคลายเมื่อเครื่องบินได้ลงจอด ณ ท่าอากาศยาน ด้วยความปลอดภัย

            ตัวอย่างข้อความหรือประโยคที่ใช้ในการบอกตนเองให้หายกลัวการขึ้นเครื่องบิน

            “ การขึ้นเครืองบินเป็นสิ่งที่น่ายินดี ไม่น่ากลัว เพราะใคร ๆ ก็สามารถเดินทางด้วยเครื่องบินด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าเด็ก ผู้ใหญ่ คนแก่ ผู้สูงอายุ หรือแม้แต่คนพิการ

            ฉันเป็นคนปกติ สุขภาพแข็งแรงดี ย่อมสามาราถขึ้นเครื่องบินได้เหมือนคนอื่น ๆ

          ฉันมั่นใจว่า ด้วยพลังของจิตใต้สำนึกอันไร้ขอบเขตของฉัน ภายใน 15 วันนับจากวันนี้เป็นต้นไป ฉันจะชอบการขึ้นเครื่องบิน ไม่กลัวการขึ้นเครืองบินอีกต่อไป

            ฉันมองเห็นตัวเองค่อย ๆ ขึ้นบันไดที่เป็นทางขึ้นเครื่องบิน ฉันรู้สึกผ่อนคลาย สบายดี ไม่มีอะไรน่ากลัว เพราะหลาย ๆ คน ก็กำลังขึ้นเครื่องบินเช่นเดียวกับฉัน

            ฉันมองเห็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินได้กล่าวทักทายฉันอย่างเป็นมิตร ทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลาย

            พนักงานต้อนรับได้นำฉันเข้านั่งในที่นั่งของฉัน คนที่นั่งข้างฉัน กำลังยิ้มให้ฉันอย่างเป็นมิตร

            ฉันได้รัดเข็มเพื่อความปลอดภัยเหมือนผู้โดยสารคนอื่น ๆ

            หลังจากนั้นไม่นาน เครื่องบินค่อย ๆ วิ่งตามรันเวย์ สักพักเครื่องบินได้เชิดหัวขึ้น โดยฉันยังรู้สึกผ่อนคลายและสบายดีเหมือนเดิม

            ฉันได้นั่งเครื่องบินไปเรื่อย ๆ ด้วยความรู้สึกผ่อนคลาย จนกระทั่งถึงจุดหมายปลายทาง

            ฉันได้ลงจากเครืองบินทางบันไดขึ้นลง พร้อม กับผู้โดยสารคนอื่น ๆ ด้วยความปลอดภัย

            ฉันชักจะชอบการเดินทางด้วยเครื่องบินเสียแล้ว เพราะประหยัดเวลาและปลอดภัยดี

            ด้วยพลังของจิตใต้สำนึกอันไร้ของเขตของฉัน ภายใน 15 วัน นับจากนี้ไป ฉันจะชอบการขึ้นเครืองบิน และหายจากการกลัวขึ้นเครื่องบินอย่างแน่นอน

          3.2 การเอาชนะความสุรุ่ยสุร่ายเพื่อให้มีเงินออมมากขึ้น

             ถ้าเราอยากเป็นคนมีฐานะทางการเงินดี มีความมั่นคง ควรจะเริ่มด้วยการรู้จักประหยัด อดออม ไม่สุรุ่ยสุร่าย

          เคล็ดลับในการบอกตนเองให้มีเงินเก็บออมรายเดือนเพิ่มขึ้น

อยากมีเงินออม ต้องสร้างภาพให้เห็นเงินออมเข้าบัญชีธนาคารตามยอดที่ต้องการทุกเดือน
อยากมีเงินออม ต้องสร้างภาพให้เห็นเงินออมเข้าบัญชีธนาคารตามยอดที่ต้องการทุกเดือน

          ให้บอกตนเองพร้อมกับการสร้างภาพให้เห็นตัวเรากำลังตัดรายการค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวันออกหลายรายการ และมองเห็นตัวเลขเงินในบัญชีธนาคารที่เพิ่มขึ้นในแต่ละเดือนตามยอดที่เรากำหนดไว้

            ตัวอย่าง

            ดำ เป็นคนชอบใช้จ่ายเงินสุรุ่ยสุร่าย เห็นมีโฆษณาอะไรทางออนล์ พอรู้สึกถูกใจมักจะสั่งซื้ออย่างเมามัน ทั้ง ๆ ที่ ส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่ไม่มีความจำเป็นต่อชีวิตดำเลย ทำให้มีรถของบริษัทเอกชนนำสินค้าที่เขาสั่งซื้อทางออนไลน์ไปส่งที่หน้าบ้านของเขาแทบทุกวัน  แต่ละเดือนเขาได้หมดเงินซื้อสินค้าเหล่านี้ เดือนละประมาณ  10,000  บาท ดังนั้น เขาจึงคิดอยากจะออกคำสั่งจิตใต้สำนึกของเขา ไม่ให้ใช้จ่ายซื้อสินค้าออไลน์ที่ไม่จำเป็นทั้งหลาย

            “ นับจากวันนี้เป็นต้นไป ด้วยอำนาจของพลังจิตใต้สำนึกอันไร้ขอบเขต ฉันจะสามารถยับยั้งชั่งใจไม่สั่งซื้อสินค้าออนไลน์ที่ไม่จำเป็นต่อชีวิตของฉันอีกต่อไป เพื่อให้ฉันมีเงินเก็บอย่างน้อยเดือนละ10,000 บาท หรือปีละ 120,000 บาท

            ฉันรู้สึกว่า รายการโฆษณาสินค้าทางออนไลน์ทั้งหลาย มีอยู่หลายรายการไม่ใช่สินค้าที่มีความจำเป็นต่อชีวิตของฉันอีกต่อไป ซื้อมาก็ไม่ได้ใช้ สิ้นเปลืองเงินทองเปล่า ๆ  สู้เก็บเงินออมไว้ใช้ในยามจำเป็นดีกว่า

            ฉันมองเห็นเงินในบัญชีธนาคารของฉันมียอดเพิ่มขึ้นจากเดิมเดือนละ 10,000 บาท ซึ่งจะทำให้ฉันมีเงินเพิ่มในบัญชีอย่างน้อยปีละ 120,000 บาท อย่างสบาย

            ด้วยพลังของจิตใต้สำนึกอันไร้ขอบเขต ฉันเชื่อว่า ฉันจะสามารถเพิ่มยอดเงินฝากในบัญชีของฉันเพิ่มขึ้นอย่างน้อยเดือนละ 10,000 บาท หรือปีละ 120,000 บาท อย่างแน่นอน

          3.3 การออกคำสั่งจิตใต้สำนึกเพื่อเป้าหมายอื่น ๆ

          เราสามารถออกคำสั่งจิตใต้สำนึกเพื่อเป้าหมายในเรื่องต่าง ๆ ได้อีกเป็นจำนวนมาก ด้วยวิธีการเดียวกัน กล่าวคือ บอกตัวเองพร้อมกับการสร้างภาพของตนเองที่ได้ลงมือกระทำการบางสิ่งบางอย่างที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จในสิ่งนั้นอย่างเป็นขั้นเป็นตอน โดยอ้างเอาพลังของจิตใต้สำนึกอันไร้ขอบเขตเป็นตัวดึงดูดหรือเหนี่ยวนำ เช่น

  • การออกคำสั่งให้ได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง
  • การออกคำสั่งให้สุขภาพแข็งแรง
  • การออกคำสั่งให้เป็นคนใจเย็น ไม่โกรธง่าย

      ฯ ล ฯ

4.สรุป

            การออกคำสั่งจิตใต้สำนึกจากภายใน คือ การบอกตนเองในใจว่า เรามีต้องการจะทำอะไรให้สำเร็จ มีเป้าหมายอย่างไร และภายในระยะเวลาเท่าใด

            การออกคำสั่งจิตใต้สำนึกจากภายในมีความสัมพันธ์กับการสร้างภาพแห่งความสำเร็จไว้ในใจอย่างใกล้ชิด กล่าวคือ เมื่อจิตสำนึกได้บอกจิตใต้สำนึกว่า เราต้องการอะไร และภายในระยะเวลาเท่าใด ก็ให้จินตนาการหรือสร้างภาพสิ่งที่เป็นเป้าหมายของเราขึ้นมา โดยพยายามสร้างภาพให้ชัดเจน เพื่อให้จิตใต้สำนึกสามารถจดจำได้ง่ายและแม่นยำ

            การสร้างภาพดังกล่าว ต้องเป็นภาพเคลื่อนไหวของเรื่องราวที่มีชีวิตชีวา สนุกสนานเพลิดเพลินและมีความสุข คล้าย ๆ กับเป็นการสร้างภาพยนตร์สั้น ๆ ขึ้นมาสักเรื่องหนึ่ง และจะต้องสร้างภาพให้เห็นตัวเรากำลังกระทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อให้สามารถไปสู่เป้าหมายที่เราได้วางไว้ ไม่ใช่แค่มองเห็นแต่ภาพที่เป็นผลลัพธ์เท่านั้น

            แต่ต้องเข้าใจว่า การอออกคำสั่งจิตใต้สำนึกพร้อมกับการสร้างภาพแห่งความสำเร็จเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้นของความสำเร็จเท่านั้น ความสำเร็จที่แท้จริงคือการกระทำภายหลังจากนั้น

คุยกับดร.ชา

          ผมมีลูกศิษย์ปริญญาโทรามคำแหงอยู่คนหนึ่ง ชื่อ คุณนัดชา(นามสมมุติ) มีอายุราว 35-40 ปี เธอเป็นบุคคลหมายเลข 3 มีอุปนิสัยมุ่งมั่นไปสู่ความสำเร็จ มีความทะเยอทะยาน และมีความเชื่อมั่นในตนเองสูง ไม่ค่อยยอมใครง่าย ๆ ชอบศึกษาหาความรู้ในด้านการสั่งจิตจากโค้ชต่าง ๆ

            มีวันหนึ่ง เธอได้เสนอแนะผมว่า อยากให้ผมเขียนเรื่อง พลังดูด ที่เธอได้ไปเข้าอบรมจากโค้ชมา ผมได้พิจารณาแล้วเห็นว่า  เรื่องพวกนี้จัดอยู่ในกลุ่มพลังของจิตใต้สำนึก ซึ่งผมเองก็ได้ฝึกฝนมาเป็นเวลายาวนานจึงพอจะมีความรู้และประสบการณ์ที่จะเล่าให้ท่านผู้อ่านทั้งหลายทราบได้

            วันนี้ผมได้เชิญคุณนัดชามาเป็นคู่สนทนา

            “ คุณนัดชา คงได้ติดตามบทความชุดการสั่งจิตใต้สำนึกที่อาจารย์ได้เขียนมาตั้งแต่ต้นจนถึงความล่าสุดคือบทความนี้ คุณนัดชาคิดว่า ในเรื่องนี้มีหัวใจสำคัญอยู่ที่อะไร ” ผมชวนเธอเริ่มต้นสนทนาแบบผ่อนคลาย

            “ หนูคิดว่า บทความชุดการสั่งจิตใต้สำนึกที่อาจารย์กรุณาเขียนมาให้อ่านกันตั้งแต่ต้น ได้ช่วยให้หนูมีความรู้ความเข้าใจในการทำงานของจิตที่แท้จริงว่าเป็นอย่างไร เพราะเดิมหนูยังมีความเข้าใจสับสนอยู่ คิดว่า เพียงแค่นึกฝันหรือจินตนาการอย่างเดียว จะมีพลังดูดนำความมั่งคั่งร่ำรวยมาให้โดยไม่ต้องประกอบอาชีพการงานอะไร ” นัดชาสารภาพความเข้าใจผิดของตน

          “ ที่สำคัญคือ เวลาสร้างภาพ เราต้องภาพให้เห็นตัวเรากระทำการบางสิ่งบางอย่างที่จะนำพาเราไปสู่ความสำเร็จ แสดงว่า ความสำเร็จมิได้เกิดจากการนึกฝันเฉย ๆ อย่างที่หนูเคยเข้าใจ แต่ต้องเกิดจากการลงมือกระทำจริง ๆ มีปัญหาอุปสรรคอะไรก็แก้ไขไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะประสบความสำเร็จ นัดชากล่าวเสริมอย่างพรั่งพรูโดยไม่ต้องรอให้ผมถามอีก

            “ แล้วเวลานี้คุณนัดชาเข้าใจว่าอย่างไร ” ผมกระตุ้นให้เธอตอบตามความรู้สึกที่แท้จริง

            “ หลังจากหนูได้ทดลองทำตามที่มีโค้ชแนะนำแล้ว ไม่ประสบผลสำเร็จ กล่าวคือไม่เห็นร่ำรวยเสียที จึงเห็นได้ว่า การที่จะร่ำรวยได้นั้น หาใช่เกิดจากนอนฝันลม ๆ แล้ง ๆ ไม่ แต่ต้องเกิดจากการทำงานประกอบอาชีพที่เราชอบและถนัดด้วยความขยันหมั่นเพียร การอยู่กินดีจึงจะเป็นไปได้ และเมื่ออยู่ดีกินดีแล้ว ความร่ำรวยก็น่าจะตามมาภายหลัง ถ้าเรายังมีความใฝ่ฝันอยู่” นัดชาเล่าถึงความเข้าใจที่เกิดขึ้นใหม่ให้ผมฟัง

            “ แล้วที่อาจารย์ชี้แนะว่า การสั่งจิตใต้สำนึกพร้อมกับการสร้างภาพแห่งความสำเร็จขึ้นไว้ในใจ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ คุณนัดชาเข้าใจว่าอย่างไร ” ผมทดสอบความเข้าใจของเธอ

            “ หนูคิดว่า หากเราเอาแต่สั่งจิตใต้สำนึกและสร้างภาพแห่งความสำเร็จไว้ แต่ไม่ยอมลงมือทำเสียที ความสำเร็จไม่มีทางจะเกิดขึ้นได้ เพราะความสำเร็จเกิดจากการลงมือทำ มีปัญหาอะไรก็แก้ไขไปด้วยการใช้องค์ความรู้และสติปัญญา ในที่สุดความสำเร็จก็จะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน ” นัดชาตอบอย่างมั่นอกมั่นใจ

            “ แต่อาจารย์อยากขอตั้งข้อสังเกตข้อหนึ่งว่า เป้าหมายที่เราฝันใฝ่อยากจะได้นั้น ต้องไม่ยากจนเกินความรู้ความสามารถของเราที่จะไขว่คว้ามาได้ เพราะถ้าเราตั้งเป้าหมายไว้ยากจนเกินไป เราจะเกิดความท้อถอยและหยุดกลางคันก่อน คุณนัดชาเข้าใจที่อาจารย์พูดใช่ไหม ” ผมอดเตือนเธอด้วยความเป็นห่วงไม่ได้ กลัวจะหลงทาง

            “ วันนี้เราคุยกันแค่นี้ก่อนนะ คราวหน้าอาจารย์จะเชิญมาใหม่ ” ผมกล่าวปิดท้ายการสนทนา

            “ ด้วยความยินดีค่ะ อาจารย์ ” นัดชาตอบรับคำเชิญล่วงหน้าด้วยหน้าตาที่ยิ้มแย้มแจ่มใส

อนึ่ง หากบทความนี้ถูกใจท่าน และท่านอยากจะเผยแพร่ไปยังเพื่อน ๆ หรือบุคคลในเครือข่ายของท่าน เพื่อสร้างสัมพันธไมตรีอันดีหรือเพื่อเป็นวิทยาทาน กรุณากดไลค์ กดแชร์ กดคอมเมนต์ และกดติดตาม (subscribe) ด้วย จักเป็นพระคุณยิ่ง
ดร.ชา
20/07/20

           

Dr.Char

Mr.Chartri DireksriMr.Chartri Direksriดร.ชาตรี ดิเรกศรี (Dr.Chartri Direksri) เคยรับราชการเป็นนักปกครองในตำแหน่งปลัดอำเภอตรี เมื่อปีพ.ศ.2517 ผ่านการดำรงตำแหน่งนายอำเภอหลายอำเภอ เป็นปลัดจังหวัด และเกษียณอายุราชการในตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด เมื่อปีพ.ศ.2554 นอกจากนี้ยังเคยเป็นอาจารย์ผู้บรรยายพิเศษ หลักสูตรปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นเวลา 9 ปี

RELATED ARTICLES

หมอ พยายาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อรักษาคนติดเชื้อโรคโควิด-19

การบริหารในสถานการณ์ฉุกเฉินกรณีโรคโควิด-19: ความรุนแรงของสถานการณ์ และแนวคิดในการแก้ปัญหา(1)

68 / 100 Powered by Rank Math SEO การมองการบริหารในสถานการณ์ฉุกเฉินกรณรีโรคโควิด-19 ด้วยประสบการณ์การบริหารเพื่อแก้ปัญหาโรคไข้หวัดนก ปีพ.ศ.2547  (1) อาจมองได้หลายมิติ ในตอนแรกนี้ จะขอกล่าวถึงมิติด้านความรุนแรงของสถานการณ์ และแนวคิดในการแก้ปัญหา 1.ความรุนแรงของสถานการณ์โรคโควิด-19 ระบาด อาจมองความรุนแรงของสถานการณ์โรควิด-19 ได้เป็น 2 ระดับโลก และความรุนแรงของสถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศไทย             1.1ความรุนแรงของสถานการณ์โรคโควิด-19 ระดับโลก           ความรุนแรงของสถานการณ์โรคโควิด-19 (Covid-19) หรือโรคไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ถือได้ว่า เป็นโรคระบาดจากคนไปสู่คนและแพร่กระจายไปทั่วโลก โดยเริ่มต้นจากประเทศจีนไปสู่อีกหลายประเทศอย่างรวดเร็วทั้งในเอเชีย ยุโรป และอเมริกา มียอดผู้ติดเชื้อ และยอดผู้เสียชีวิตจากโรคดังกล่าวเพิ่มขึ้นทุกวัน จนไม่อาจจะพยากรณ์ได้ว่า จะจบลงเมื่อใดและอย่างไร                    เพราะแม้แต่ประเทศมหาอำนาจอันดับหนึ่งชองโลกอย่างสหรัฐอเมริกาก็ยังไม่อาจยับยั้งหรือแก้ปัญหาดังกล่าวได้ในขณะนี้ ตรงกันข้าม…

การ ปล่อย วาง จะนำมาซึ่งการคลายทุกข์(15) (New***) 4

การ ปล่อย วาง จะนำมาซึ่งการคลายทุกข์(15) (New***)

81 / 100 Powered by Rank Math SEO “การ ปล่อย วาง จะนำมาซึ่งการคลายทุกข์ ” นับเป็นบทความลำดับที่ 15 ของหมวด 7 เรื่องเล่า ประสบการณ์ ปฏิบัติธรรม เพื่อคลายทุกข์ เนื้อหาประกอบด้วย ความนำ การ ปล่อย วาง  คืออะไร ความทุกข์ใจเข้ามาทางช่องใดบ้าง การเจริญสมาธิและสติเพื่อการ ปล่อย วาง  คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเรื่องนายกฯ 8 ปี  สรุป ถาม-ตอบสนุก กับดร.ชา 369 1.ความนำ           ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาปีที่แล้ว ผมได้เขียนบทความหมวด 7 เรื่องเล่า ประสบการณ์ ปฏิบัติธรรม…

นายกรัฐมนตรี มีผู้รักษาราชการแทน เพื่อประโยชน์อันใด (9) 5

นายกรัฐมนตรี มีผู้รักษาราชการแทน เพื่อประโยชน์อันใด (9)

81 / 100 Powered by Rank Math SEO นายกรัฐมนตรี มีผู้รักษาราชการแทน เพื่อประโยชน์อันใด เป็นบทความลำดับที่ 9 ของหมวด 5 เหตุการณ์ปัจจุบันที่น่าสนใจ  มีหัวข้อดังนี้ คือ ความนำ แนวคิดเบื้องต้นในการบริหารราชการแผ่นดิน นายกฯ คือ ใคร และมีความสำคัญอย่างไร  ทำไมต้องมีผู้รักษาราชการแทน การปฏิบัติราชการแทนนายกฯ ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ การรักษาราชการแทนนายกฯ คำสั่งแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนนายกฯ วิเคราะห์แนวโน้มการใช้อำนาจของผู้รักษาราชการแทน นายกฯ สรุป ถาม-ตอบ สนุก กับดร.ชา 369 1.ความนำ           ในขณะนี้ข่าวสารการเมืองของประเทศไทยที่กำลังเป็นที่สนใจของคนไทยทั่วประเทศ คงไม่มีข่าวใดน่าสนใจเท่ากับข่าวศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้รับเรื่องวาระดำรงตำแหน่งครบ 8 ปีของนายกฯ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา…

10 COMMENTS

  1. เป็นไปได้ค่ะอาจารย์อย่างยิางค่ะาจานย์ จิตใต้สพนึกเหมือนจะมีอยู่ 2 ส่วน คือ เรื่องไหนที่เราจะทำได้จะรู้สึกว่าจะทำได้ กับบางเรื่องเราต้องสัางว่าต้องทำำด้สินะ

    1. ก็คงเป็นเช่นนั้น ไม่ใช่เราจะสั่งจิตใต้สำนึกได้ทุกเรื่อง จะสั่งได้บางเรื่องที่ใช่สำหรับตัวเราเท่านั้น
      ดังนั้น จึงต้องคิดให้ดีว่า ความต้องการที่แท้จริงของเราคืออะไร

  2. รู้เรื่องจิตใต้สำนึกช้าไปค่ะ อยากย้อนเวลากลับไป20ปีที่แล้ว หนูมีเป้าหมายอยากทำงานโรงแรม ได้ทำจริงค่ะ เป็นพนักงานทำความสะอาด หนูจึงลาออกเพราะเรามีวุฒิปริญญาตรี วันนี้หนูเข้าใจแล้วค่ะ ควรตั้งเป้าหมาย ฉันเป็นพนักงานต้อนรับในโรงแรม abc
    ได้ใช้ภาษาอังกฤษและได้บริการผู้คน
    หนูมีความสุขกับงานที่ทำ ค่ะ

    ปัจจุบันนี้ก็อยากทำงานเกี่ยวกับการใช้ภาษาอังกฤษแต่ไม่ประจำ เพราะหนูดูแลผู้สูงอายุอยู่ที่บ้านด้วย
    ขอบคุณค่ะ หนูเข้าใจเรื่องจิตใต้สำนึกและทำการแก้ไขสิ่งที่เข้าใจผิดมาตลอดแล้วค่ะ

    1. อาจารย์ยินดีด้วยนะ ที่คุณณัชชามีความเข้าใจเรื่องจิตใต้สำนึกได้ถูกต้องแล้ว

  3. หนูไม่คาดหวังจะเป็นจริงหรือไม่ อยากให้อาจารย์ตรวจหรือให้คำแนะนำค่ะ หนูสั่งจิตใต้สำนึกอย่างนี้เป็นอย่างไรบ้างคะ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ
    หนูต้องการเป็นล่ามและผู้เชี่ยวชาญในการแปลเอกสาร
    ได้ใส่เสื้อผ้าของEp ผูกเทคไทด์ ใส่เครื่องประดับเป็นสร้อยข้อมือหนัก3บาท สวมรองเท้ายี่ห้อชาแนลสีนำ้ตาล
    มีปฏิภาณไหวพริบในการเป็นล่าม ใช้คำพูดที่เข้าใจง่าย แปลออกมาแล้วรื่นหู
    มีงานเป็นล่ามและงานแปลทุกวัน ไม่มีวันหยุด
    หนูมีความสุขและสนุกกับงานที่ทำ

    1. ลองสร้างมโนภาพดูว่า การจะเป็นล่ามและผู้เชี่ยวชาญการแปลเอกสาร เราต้องมีความรู้สามารถอะไรบ้าง เพราะการทีจะมีความรู้ความสามารถดังกล่าว ต้องเกิด
      จากการศึกษาอบรมและฝึกฝนอย่างจริงจัง ไม่ใช่คิดอยากเป็นแต่ไม่พัฒนาตนเองให้มีความรู้ความสามาถเพียงพอ ถ้าเป็นเช่นนี้ เวลาเขารับสมัครและมีการทดสอบ ความรู้ความสามารถของเรา ก็จะไม่ผ่านการทดสอบ และไม่ได้เป็นในสิ่งที่เราหวัง อย่าคิดข้ามขั้นตอน

  4. ขอบคุณครับอาจารย์ จะได้รู้จักวิธีสร้างจิตใต้สำนึก ไว้บอกเตือนตนเอง เพื่อนำไปสู่เป้าหมายบางอย่างที่วางไว้ให้สำเร็จครับ

    1. เมื่อไดู้เป็นผู้หมวดแล้ว ก้าวต่อไปคือ ผู้กอง ลองใช้การสั่งจิตใต้สำนึกพร้อมกับสร้างมโนภาพดูว่า เราจะไปถึงจุดนั้นได้ไหม
      หรืออาจจะเป็นเรื่องอื่น ๆ ก็ได้ ที่เราต้องการจริง ๆ อาจารย์เอาใจช่วยนะ

  5. ให้อาจารย์ยกตัวอย่างสั่งจิตใต้สำนึกดึงดูดเนื้อคู่ที่ดี เพื่อเป็นแนวทางให้กับคนที่ไม่ประสบผลสำเร็จเรื่องความรักในชีวิตค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

    1. เรื่องคู่ครองหรือเนื้อคู่ ความจริงน่าจะเป็นเร่ื่องของการสร้างบุญหรือการสร้างกรรมร่วมกันนอดีต หากใครได้คู่ครองดี แสดงว่าได้สร้างบุญร่วมกันมา หากใครได้คู่่ครองไม่ดี แสดงว่าได้สร้างกรรมไม่ดีต่อกันในอดีต อีกฝ่ายจึงคิดจองเวรจองกรรมตามมาเกิดเป็นคู่ครองเพื่อแก้แค้น
      แต่ถ้าจะลองใชัวิธีการสั่งจิตใต้สำนึกให้ได้คู่ครองที่ดี ก็ไม่ยาก แต่จะได้ผลหรือไม่ อาจารย์ไม่ขอยืนยัน เพียงแต่สั่งจิตใต้สำนึกว่า ” ด้วยพลังจิตใต้สำนึกอันไร้ขบอเขต ขอให้ฉันได้พบคู่ครองที่ดี เข้ากันได้อยู่กันอย่างมีความสุข มีทายากไว้สืบสกุล และมีความเจริญรุ่งเรืองในอาชีพการงาน” อยากได้คนรูปร่างหน้าตาอย่างไรก็คิดเอาเอง

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Share on Social Media
%d bloggers like this: