81 / 100

ศรัทธาต่อสถาบันหลักของชาติอย่างแรงกล้า ทำให้ไทยชนะสงครามเย็น นับเป็นบทความลำดับที่ 4 ในหมวด ประเทศไทยกับชาติมหาอำนาจ โดยจะกล่าวถึง แนวคิดที่แตกต่างระหว่างลัทธิคอมมิวนิสต์กับลัทธิประชาธิปไตย ลัทธิหรืออุดมการณ์คอมมิวนิสต์นำมาเผยแพร่ในไทยตั้งแต่เมื่อใด แนวคิดหลักในการต่อสู้เอาชนะคอมมิวนิสต์ในสงครามเย็น ศรัทธาพระพุทธศาสนาในการต่อสู้สงครามเย็น ศรัทธาต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยในการต่อสู้เอาชนะสงครามเย็น สรุป และคุยกับดร.ชา

            อนึ่ง ในบทความที่แล้ว 3 ผมได้เล่าให้ท่านทราบว่า รัฐ ไทยหรือประเทศไทย มีส่วนเกี่ยวข้องกับสงครามเย็นอย่างไร

Table of Contents

1.แนวคิดที่แตกต่างระหว่างลัทธิประชาธิปไตยและลัทธิคอมมิวนิสต์

          การต่อสู้ในสงครามเย็น เป็นการต่อสู้กันในทางความคิดหรืออุดมการณ์ที่แตกต่างกัน การแพ้ชนะอยู่ที่ว่า ฝ่ายใดจะสามารถโฆษณาชวนเชื่อและสร้างผลงานให้ประชาชนส่วนใหญ่ยอมรับได้มากกว่ากัน เพราะต่างฝ่ายต่างนำเสนอว่า อุดมการณ์ของฝ่ายตนดีกว่าอุดมการณ์ของอีกฝ่ายหนึ่ง

            1.2 ลัทธิประชาธิปไตย Democracy

          ลัทธิประชาธิปไตย เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองอย่างหนึ่งทีมีความเชื่อว่า ทุกคนเกิดมาเท่าเทียมกัน มีสิทธิเสรีภาพ และความเสมอภาค ประชาชนสามารถปกครองตนเองได้ รัฐบาลเป็นผู้รับใช้ประชาชน ไม่ใช่นายของประชาชน รัฐบาลเป็นเพียงผู้ที่ได้รับความยินยอมจากประชาชนให้เข้ามาบริหารประเทศภายในช่วงระยะเวลาหนึ่ง

            หากบริหารประเทศไม่ดี ไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ของประชาชานส่วนใหญ่ของประเทศ ประชาชนมีสิทธิเอาออกได้

            ในทางปฏิบัติ การปกครองระบอบประชาธิปไตย จะใช้เศรษฐกิจแบบทุนนิยม เพราะเป็นระบบเศรษฐกิจที่สอดคล้องหลักเสรีนิยม

            ประเทศที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตย อาจจะมีประมุขเป็นพระมหากษัตริย์หรือประธานาธิบดีก็ได้

            1.2 ลัทธิคอมมิวนิสต์

ลัทธิคอมมิวนิสต์ เป็นอุดมการณ์ที่มีความเชื่อตรงกันข้ามกับลัทธิประชาธิปไตยอย่างสิ้นเชิง กล่าวคือ ลัทธิคอมมิวนิสต์มีความเชื่อในเรื่องของชั้น โดยสังคมจะแบ่งออกเป็น 2 ชนชั้น คือ ชนชั้นผู้ปกครอง กับชนชั้นผู้ถูกปกครอง

ลัทธิคอมมิวนิสต์เชื่อว่า การปกครองระบอบประชาธิปไตย เป็นการปกครองของชนชั้นนายทุนที่คอยเอารัดเอาเปรียบชนชั้นกรรมาชีพในทุกวิถีทางจนชนชั้นกรรมาชีพทนไม่ไหว ก็จะพร้อมกันลุกฮือขึ้นโค่นล้มการปกครองของนายทุน แล้วสร้างรัฐบาลของชนชั้นกรรมาชีพขึ้นมาแทน และบริหารประเทศไปจนกว่านายทุนจะถูกจำกัดไปหมด รัฐก็จะสลายไป เพราะไม่มีชนชั้นอีกแล้ว

ด้วยความเชื่อดังกล่าว ทุกประเทศที่ได้เปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศไปสู่ระบอบคอมมิวนิสต์ จึงได้มีการปฏิวัติล้มล้างการปกครองที่มีอยู่เดิมด้วยความโหดร้ายและรุนแรง จนทำให้มีการเสียเลือดเนื้อเป็นจำนวนมาก และทำให้บุคคลที่อยู่ในข่ายจะถูกทำลายล้างได้อพยพหนีตายไปสู่ประเทศเสรีนิยมเป็นจำนวนมากเช่นกัน

2.ลัทธิหรืออุดมการณ์คอมมิวนิสต์ถูกนำมาเผยแพร่ในไทยมาตั้งแต่เมื่อใด

          หากจะถามว่า ประเทศไทยได้รับแนวคิดของลัทธิคอมมิวนิสต์มาตั้งแต่เมื่อใด คงพอจะตอบได้ว่า ได้รับมาตั้งแต่ยุคพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ฯ รัชกาลที่ 5 ได้ส่งเชื้อพระวงศ์และข้าราชบริพารจำนวนหนึ่งไปศึกษาเล่าเรียนในต่างประเทศ โดยพระองค์ทรงหวังว่า บุคคลเหล่านั้นจะได้นำความรู้สมัยใหม่กลับมาพัฒนาประเทศชาติบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้าเป็นประเทศสมัยใหม่เหมือนอย่างอารยประเทศ

           อย่างไรก็ตาม ได้มีนักเรียนไทยจำนวนหนึ่งที่มีโอกาสไปศึกษาเล่าเรียนยังต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่มีโอกาสไปศึกษาด้านการเมืองการปกครอง กฎหมาย และเศรษฐศาสตร์ ณ ประเทศฝรั่งเศส ได้รับแนวคิดด้านลัทธิคอมมิวนิสต์และสังคมนิยมกลับมา จึงต้องการนำแนวคิดและอุดมการณ์ดังกล่าวมาใช้ในประเทศไทย และได้เริ่มต้นด้วยการเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475

          หลังจากนั้น แนวคิดและอุดมการณ์สังคมนิยมคอมมิวนิสต์ก็ได้แพร่เข้ามาในประเทศไทยเรื่อยมา แม้ในปัจจุบันผู้ที่นิยมศรัทธาในอุดมการณ์ดังกล่าวก็ยังมีแฝงอยู่ เพียงแต่อาจซ่อนหรือปิดบังอำพรางเจตนาที่แท้จริงไว้

3.แนวคิดหลักในการต่อสู้อาชนะคอมมิวนิสต์ในสงครามเย็น

          แนวคิดหลักในการต่อสู้เอาชนะคอมมิวนิสต์ในสงครามเย็น คือ                                                                                

3.1 ใช้การเมืองนำหน้าการทหาร  

การสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ประชาชนว่า แท้ที่จริงแล้ว หลักการของลัทธิคอมมิวนิสต์ คืออะไร แตกต่างจากลัทธิประชาธิปไตยอย่างไร

            การสร้างความรู้ความเข้าใจดังกล่าว สามารถทำได้หลายวิธี เช่น

                  3.1.1 การฝึกอบรมสร้างวิทยากรเพื่อนำความรู้ความเข้าใจจากระดับชาติลงไปสู่ระดับภาค ระดับจังหวัด ระดับอำเภอ ระดับตำบล และระดับหมู่บ้าน

            การอบรมต้องมุ่งเน้นลงไปที่ผู้นำในแต่ละระดับ เพื่อให้ผู้นำแต่ละระดับนำความรู้ความเข้าใจที่ได้ไปถ่ายทอดแก่บุคคลที่อยู่ในปกครองหรือเครือข่ายต่อไป

                  3.1.2 การฝึกอบรมพลังมวลชนในระดับต่าง ๆ โดยใช้วิทยากรที่ได้สร้างขึ้นไว้ตามข้อ 3.1.1 เพื่อให้การอบรมเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

       3.2 ใช้การปฏิบัติการทางทหารเท่าที่จำเป็น

            การปฏิบัติการทางทหาร หากใช้โดยไม่จำเป็นอาจส่งผลไปในทางตรงข้าม เพราะจะทำให้ญาติมิตรของผู้ก่อการร้ายหรือผู้หลงผิดมองเห็นว่า รัฐใช้อำนาจกดขี่ข่มเหงประชาชนอย่างไม่เป็นธรรม และจะทำให้เป็นการสร้างความเกลียดชังรัฐในหมู่ญาติมิตรของผู้ก่อการร้ายหรือหลงผิดเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

          3.3 ขยายอำนาจอธิปไตยไปสู่ประชาชนด้วยการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองตนเองตามระบอบประชาธิปไตย

          3.4 ขจัดความไม่ยุติธรรมและความเหลื่อมล้ำไม่เท่าเทียมให้หมดไป

          จุดสำคัญประการหนึ่งที่ฝ่ายคอมมิวนิสต์ชอบหยิบยกขึ้นมาโจมตี คือ ความไม่เป็นธรรมในสังคมและความเหลื่อมล้ำต่ำสูงในสังคมในรูปแบบต่าง ๆ เช่น

            การไม่ได้รับความเป็นธรรมในการดำเนินคดีอาญา

            การถูกเอารัดเอาเปรียบในทางเศรษฐกิจโดยพ่อค้านายทุนหน้าเลือด

            การกระจายรายได้ไม่เป็นธรรม กระจุกอยู่กับคนไม่กี่ตระกูล

            3.5 ขจัดการทุจริตคอรัปชั่น

          ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทยมาเป็นเวลายาวนานจนกระทั่งทุกวันนี้ ก็ยังแก้ไม่ตก

           ในยุคสงครามเย็น ฝ่ายคอมมิวนิสต์ได้หยิบยกปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นของรัฐบาลและข้าราชการมาเป้าโจมตีเพื่อทำลายศรัทธาของประชาชนในอำนาจรัฐและระบบราชการ

4.ศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาในการต่อสู้เอาชนะสงครามเย็น

วัดพระแก้วเ (วิกิพีเดีย, วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, 2 พฤศจิกายน 2563) เป็นวัดที่พทุธศานิกชนมีศรัทธาอย่างแรงกล้า
วัดพระแก้ว (วิกิพีเดีย, วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, 2 พฤศจิกายน 2563)

          ประชากรไทยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 95 นับถือพระพุทธศาสนา ในช่วงของการต่อสู้สงครามเย็น ข้อมูลที่มีการเผยแพร่กันในประเทศไทยคือ หากประเทศไทยตกเป็นคอมมิวนิสต์ ศาสนาพุทธ จะไม่มีอีกต่อไป หรือถ้ามีรูปแบบของศาสนาพุทธ ก็จะเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม พระสงฆ์สามเณรจะอยู่จำวัดเฉย ๆ ไม่ได้ ต้องทำงานเหมือนประชาชนทั่วไป

            ข้อมูลที่เผยแพร่ออกไปเช่นนี้ นับเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้คนไทยเกลียดและกลัวการเป็นประเทศคอมมิวนิสต์

5.ศรัทธาต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยในการต่อสู้เอาชนะคอมมิวนิสต์ในยุคสงครามเย็น

          ประเทศเพื่อนบ้านของไทยเราอย่างเวียดนาม ลาว หรือแม้แต่กัมพูชาในยุคเขมรแดง ประเทศได้ล่มสลายมาก่อนแล้วก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงการปกครองไปสู่ระบอบคอมมิวนิสต์ กล่าวคือ ลาวและเวียดนาม  ได้กลายเป็นประเทศสังคมนิยมคอมมิวนิสต์เมื่อปีพ.ศ. 2518 จนกระทั่งปัจจุบัน ส่วนกัมพูชาได้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของเขมรแดงช่วง ปีพ.ศ.2518-2522  ส่วนประเทศไทยยังคงดำรงการปกครองแบบเดิมไว้ได้ ไม่ได้ล่มสลายไปเหมือนประเทศเพื่อนบ้าน

            คำถาม คือประเทศไทยมีอะไรดี จึงสามารถเอาตัวรอดจากวิกฤตการณ์ร้ายแรงของประเทศได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเอาตัวรอดจากการไม่ตกเป็นอาณานิคมของมหาอำนาจตะวันตก การไม่เป็นผู้แพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ทั้ง ๆ รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงครามได้จับมือเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่นอย่างเหนียวแน่น และล่าสุด คือ การไม่ตกเป็นประเทศคอมมิวนิสต์ทั้ง ๆ ที่ประเทศเพื่อนบ้านเป็นกันหมด

            คำตอบ คือ เพราะประเทศไทยเรามีสถาบันหลักไว้เป็นศูนย์กลางในการยึดเหนี่ยวรวมจิตใจประชาชนได้อย่างเหนียวแน่น ไม่ว่าจะเป็นสถาบันชาติไทย สถาบันศาสนา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันพระมหากษัตริย์

รัชกาลที่ 9  พระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์นานที่สุดในประวัติศาสตรไทย (วิกิพีเดีย, ประวัติศาสตร์ไทย, 2 พฤศจิกายน 2563 )
รัชกาลที่ 9 พระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์นานที่สุดในประวัติศาสตรไทย (วิกิพีเดีย, ประวัติศาสตร์ไทย, 2 พฤศจิกายน 2563 )

ในยุคสงครามเย็นตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์ที่ได้เสวยสิริราชสมบัติยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทยเป็นระยเวลายาวนานร่วม 70 ปี ระหว่างปี พ.ศ.2489-2559 โดยทรงมีบทบาทสำคัญในการนำพาชาติไทยให้รอดพ้นจากการตกเป็นประเทศคอมมิวนิวสต์ ดังนี้

            5.1 ทรงเป็นพุทธมามกะ และทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก

            ตามประวัติชาติไทย นับตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นต้นมา และตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ทุกฉบับ พระมหากษัตริย์ไทยทรงเป็นพุทธมามกะ ซึ่งสอดคล้องกับประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ที่นับถือพระพุทธศาสนา แต่ในขณะเดียวกันก็ทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภกของทุกศาสนาที่มีอยู่ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาฮินดู ศาสนาซิกซ์ หรือศาสนาอื่นใด

            5.2 ทรงเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยือนพสกนิกรของพระองค์ทั่วทุกพื้นที่ของผืนแผ่นดิน นับตั้งแต่ได้เสวยราชสมบัติตลอดมา

            ทำให้พระองค์ให้ใกล้ชิดกับพสกนิกร รับทราบปัญหาและเห็นทุกข์สุขของประชาชนได้ด้วยพระองค์เอง

            5.3 การที่ได้ทรงเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกรของพระองค์ทั่วผืนแผ่นดินไทยตลอดรัชกาลของพระองค์ ทำให้พระองค์สามารถทรงริเริ่มโครงการตามพระราชดำริต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหาให้แก่พสกนิกรเป็นจำนวนมากกว่า 3,000 โครงการ โดยมีโครงการที่โดดเด่นเป็นพิเศษจำนวน 9 โครงการ คือ

                   – โครงการแกล้งดิน

                   – โครงการหญ้าแฝก

                  – โครงการหน่วยแพทย์พระราชทาน

                 – โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน

                  – ทุนมูลนิธิอานันทมหิดล

                  – แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่

                  – โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา

                  – โครงการฝนหลวง

                 – โครงการกังหันน้ำชัยพัฒนา

          รายละเอียดเกี่ยวกับโครงการที่โดดเด่นทั้ง 9 โครงการและโครงการตามพระราชดำริอื่น ๆ  อาจดูได้ในเว็บไซต์ข้างล่างนี้

 ในหลวงของเรา-พระราชกรณียกิจ- Google SiteS

https://sites.google.com/site/kingofking015/phra-rach-krniykic

6.สรุป

          บทความนี้ คือบทความ ศรัทธาต่อสถาบันหลักของชาติอย่างแรงกล้า ทำให้ไทยชนะสงครามเย็น ต้องการเล่าให้ท่านผู้อ่านทราบว่า การที่ชาติเราสามารถผ่านพ้นวิกฤตการณ์ของชาติมาได้หลายครั้งก็เพราะประชาชนมีศรัทธาต่อสถาบันหลักของชาติอย่างแรงกล้า

          สถาบันหลักของชาติมีอยู่สามสถาบัน คือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงมีบทบาทโดดเด่นในการนำพาประเทศไทยให้ผ่านพ้นวิกฤตการณ์คอมมิวนิสต์ด้วยความวิริยะอุตสาหะแลพระปรีชาสามารถอันสูงส่งของพระองค์

          พระองค์ทรงเป็นหลักชัยให้แก่พสกนิกรทุกหมู่เหล่าตลอดระยเวลา 70 ปีแห่งการครองสิริราชสมบัติ

กรุณาอ่านความคิดเห็นเพิ่มเติมใน หัวข้อคุยกับดร.ชาท้ายบทความนี้

คุยกับดร.ชา

          คู่สนทนาของผมวันนี้ คือ คุณนิรนาม (นามสมมุติ)

          “ สวัสดีครับ คุณนิรนาม วันนี้หลาย ๆ คนเขาไม่ว่างกัน ผมเลยอยากเชิญคุณนรินาม มาสนทนากันหน่อย ” ผมทักทายก่อนเพื่อสร้างบรรยากาศ

          “ ด้วยความยินดีครับ ดร.ชา ขอเชิญเริ่มต้นเลย ผมพร้อมแล้ว ” คุณนิรนามแสดงความพร้อม

“ วันนี้คงมีประเด็นเดียว คือ ผมอยากทราบความเห็นของคุณนิรนามหน่อยว่า สถาบันกษัตริย์ไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระองค์ท่านได้มีบทบาทสำคัญมากน้อยเพียงใด ในการป้องกันมิให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศคอมมิวนิสต์ตามทฤษฎีโดมิโนที่ว่า เมื่อมีประเทศหนึ่งล้มประเทศที่อยู่ข้างเคียงก็ต้องล้มตาม ทั้ง ๆ ที่ประเทศเพื่อนบ้านของเราได้กลายเป็นประเทศคอมมิวนิสต์กันหลายประเทศแล้ว ” ผมถามเจาะประเด็นทันที

          “ ดีครับสำหรับคำถามนี้ ผมคิดว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ของเราได้ทรงเสียสละทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่าง ด้วยความวิริยะอุตสาหะเป็นอย่างยิ่ง ด้วยการเสด็จพระราชดำเนินไปทุกที่ในแผ่นดินไทย ไม่ว่าจะเป็นขึ้นเขาลงห้วย ทางทุรกันดารยากลำบากเพียงใด พระองค์พร้อมกับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ทรงเสด็จไปมาแล้วตลอดรัชสมัยของพระองค์ เพื่อทรงเยี่ยมพสกนิกรของพระองค์ รับทราบปัญหาและหาทางแก้ปัญหาความยากจนของพสกนิกรด้วยพระองค์เอง”

            “คุณนิรนาม คิดว่า ในเมื่อรัฐบาลก็มีอยู่ งบประมาณของรัฐบาลก็มีมากมาย ทำไมพระองค์จึงต้องทรงลำบากพระวรกายขนาดนั้น พระมหากษัตริย์ในประเทศอื่น ๆ ก็ไม่เห็นจะเหมือนอย่างในหลวงของเรา ” ผมถามในเชิงลึก

            “ ในความเห็นของผมนะ ดร.ชา เรื่องนี้ก็คงเป็นเรื่องของพระราชวินิจฉัยของพระมหากษัตริย์แต่ละประเทศและแต่ละพระองค์ อย่างพระมหากษัตรย์ของประเทศที่พัฒนาแล้ว อาจจะทรงเห็นว่า ไม่มีความจำเป็นต้องทำ แต่ประเทศที่เคยด้อยพัฒนาอย่างไทยจนได้กลายเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่มีรายได้ปานกลางระดับสูงอย่างทุกวันนี้ ในหลวงของเรา พระองค์ท่านก็คงอยากจะช่วยในส่วนที่พระองค์พอจะทำได้เพื่อความอยู่ดีกินดีของพสกนิกรของพระองค์เอง

            หลายโครงการ รัฐบาลก็ได้ตั้งงบประมาณสนับสนุนอย่าง เช่น โครงการหลวง ซึ่งเป็นโครงการช่วยเหลือชาวเขาบนดอยทางภาคเหนือให้พ้นจากความยากจน ไม่ต้องปลูกฝิ่นผิดกฎหมายอีกต่อไป ” คุณนิรนามตอบอย่างคล่องแคล่ว

            “ นอกจากที่กล่าวมา คุณนิรนามมีอะไรจะเสริมอีกไหม ” ผมยิงคำถามเปิด ก่อนจะปิดการสนทนา

            “ มีแน่นอน อย่างการที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นพุทธมามกะที่เคร่งครัด ได้มีส่วนสำคัญที่ทำให้พระพุทธศาสนาในบ้านเรามีความมั่นคงเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชนได้อย่างมั่นคง

            ในขณะเดียวกัน ในฐานะเป็นอัครศาสนูปถัมภก พระองค์ก็ได้ทรงส่งเสริมทุกศาสนา เพราะศาสนานี้ เป็นเรื่องสำคัญ หากคนมีศาสนาเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ บ้านเมืองก็จะอยู่อย่างสงบเรียบร้อยไม่วุ่นวาย ” คุณนิรนามกล่าวปิดท้ายได้อย่างน่าฟัง

            “ ดีมากเลย คุณนิรนาม ผมคิดว่า คำตอบของคุณนิรนามพอจะเป็นข้อคิดของท่านผู้อ่านได้ตามสมควร วันนี้ ผมคงรบกวนเท่านี้ ขอขอบคุณมาก โอกาสหน้าค่อยพบกันใหม่

            “ ด้วยความยินดีครับ ดร.ชา ” คุณนิรนามตอบรับด้วยมิตรไมตรีอันดี

ดร.ชา                                                                                                                                                        2/11/20

Dr.Char

Mr.Chartri DireksriMr.Chartri Direksriดร.ชาตรี ดิเรกศรี (Dr.Chartri Direksri) เคยรับราชการเป็นนักปกครองในตำแหน่งปลัดอำเภอตรี เมื่อปีพ.ศ.2517 ผ่านการดำรงตำแหน่งนายอำเภอหลายอำเภอ เป็นปลัดจังหวัด และเกษียณอายุราชการในตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด เมื่อปีพ.ศ.2554 นอกจากนี้ยังเคยเป็นอาจารย์ผู้บรรยายพิเศษ หลักสูตรปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นเวลา 9 ปี

RELATED ARTICLES

หมอ พยายาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อรักษาคนติดเชื้อโรคโควิด-19

การบริหารในสถานการณ์ฉุกเฉินกรณีโรคโควิด-19: ความรุนแรงของสถานการณ์ และแนวคิดในการแก้ปัญหา(1)

68 / 100 Powered by Rank Math SEO การมองการบริหารในสถานการณ์ฉุกเฉินกรณรีโรคโควิด-19 ด้วยประสบการณ์การบริหารเพื่อแก้ปัญหาโรคไข้หวัดนก ปีพ.ศ.2547  (1) อาจมองได้หลายมิติ ในตอนแรกนี้ จะขอกล่าวถึงมิติด้านความรุนแรงของสถานการณ์ และแนวคิดในการแก้ปัญหา 1.ความรุนแรงของสถานการณ์โรคโควิด-19 ระบาด อาจมองความรุนแรงของสถานการณ์โรควิด-19 ได้เป็น 2 ระดับโลก และความรุนแรงของสถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศไทย             1.1ความรุนแรงของสถานการณ์โรคโควิด-19 ระดับโลก           ความรุนแรงของสถานการณ์โรคโควิด-19 (Covid-19) หรือโรคไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ถือได้ว่า เป็นโรคระบาดจากคนไปสู่คนและแพร่กระจายไปทั่วโลก โดยเริ่มต้นจากประเทศจีนไปสู่อีกหลายประเทศอย่างรวดเร็วทั้งในเอเชีย ยุโรป และอเมริกา มียอดผู้ติดเชื้อ และยอดผู้เสียชีวิตจากโรคดังกล่าวเพิ่มขึ้นทุกวัน จนไม่อาจจะพยากรณ์ได้ว่า จะจบลงเมื่อใดและอย่างไร                    เพราะแม้แต่ประเทศมหาอำนาจอันดับหนึ่งชองโลกอย่างสหรัฐอเมริกาก็ยังไม่อาจยับยั้งหรือแก้ปัญหาดังกล่าวได้ในขณะนี้ ตรงกันข้าม…

การ ปล่อย วาง จะนำมาซึ่งการคลายทุกข์(15) (New***) 4

การ ปล่อย วาง จะนำมาซึ่งการคลายทุกข์(15) (New***)

81 / 100 Powered by Rank Math SEO “การ ปล่อย วาง จะนำมาซึ่งการคลายทุกข์ ” นับเป็นบทความลำดับที่ 15 ของหมวด 7 เรื่องเล่า ประสบการณ์ ปฏิบัติธรรม เพื่อคลายทุกข์ เนื้อหาประกอบด้วย ความนำ การ ปล่อย วาง  คืออะไร ความทุกข์ใจเข้ามาทางช่องใดบ้าง การเจริญสมาธิและสติเพื่อการ ปล่อย วาง  คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเรื่องนายกฯ 8 ปี  สรุป ถาม-ตอบสนุก กับดร.ชา 369 1.ความนำ           ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาปีที่แล้ว ผมได้เขียนบทความหมวด 7 เรื่องเล่า ประสบการณ์ ปฏิบัติธรรม…

นายกรัฐมนตรี มีผู้รักษาราชการแทน เพื่อประโยชน์อันใด (9) 5

นายกรัฐมนตรี มีผู้รักษาราชการแทน เพื่อประโยชน์อันใด (9)

81 / 100 Powered by Rank Math SEO นายกรัฐมนตรี มีผู้รักษาราชการแทน เพื่อประโยชน์อันใด เป็นบทความลำดับที่ 9 ของหมวด 5 เหตุการณ์ปัจจุบันที่น่าสนใจ  มีหัวข้อดังนี้ คือ ความนำ แนวคิดเบื้องต้นในการบริหารราชการแผ่นดิน นายกฯ คือ ใคร และมีความสำคัญอย่างไร  ทำไมต้องมีผู้รักษาราชการแทน การปฏิบัติราชการแทนนายกฯ ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ การรักษาราชการแทนนายกฯ คำสั่งแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนนายกฯ วิเคราะห์แนวโน้มการใช้อำนาจของผู้รักษาราชการแทน นายกฯ สรุป ถาม-ตอบ สนุก กับดร.ชา 369 1.ความนำ           ในขณะนี้ข่าวสารการเมืองของประเทศไทยที่กำลังเป็นที่สนใจของคนไทยทั่วประเทศ คงไม่มีข่าวใดน่าสนใจเท่ากับข่าวศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้รับเรื่องวาระดำรงตำแหน่งครบ 8 ปีของนายกฯ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา…

3 COMMENTS

  1. ขอบคุณ คุณนิรนามที่มาแบ่งปันความรู้ค่ะ
    โครงการของ ร 9 หนูขอแสดงความคิดเห็นค่ะ หนูเป็นคนรักสุขภาพ หนูกินนมอัดเม็ด ที่วางขายในร้านสะดวกซื้อ เหตุผล คือ ดีต่อสุขภาพค่ะ

  2. หญ้าแฝก หนูปลูกไว้ที่คันนา อยู่ติดกับห้วย เป็นดินทราย ป้องกันการพังทลายของดินได้ดีค่ะ

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Share on Social Media
%d bloggers like this: