81 / 100

รัฐไทย เกี่ยวข้องกับสงครามเย็นอย่างไร เป็นบทความลำดับที่ 3 ในหมวด เรื่องเล่า ประเทศไทย กับชาติมหาอำนาจ โดยจะกล่าวถึง ความหมายของสงครามเย็น สงครามเย็นระยะที่หนึ่ง สงครามเย็นระยะที่สอง  รัฐไทยเกี่ยวข้องกับสงครมเย็นอย่างไร สรุป และคุยกับดร.ชา

1.ความนำ

          ในบทความที่แล้ว (2) ผมได้เล่าถึงเรื่องทย แลนด์ หรือประเทศไทย ได้รับแรงกดดันจากชาติมหาอำนาจอย่างไร  โดยแบ่งออกได้เป็น 4 ยุค ยุคโบราณเป็นผลมาจากสงครามขยายอาณาเขตของพระมหากษัตริย์ ยุคที่สอง เป็นผลมาจากการปฏิวัติอุตสาหกรรม ยุคที่สาม เป็นผลมาจากการต่อสู้ทางอุดมการณ์และสงครามเย็น และยุคปัจจุบัน เป็นผลมาจากโลกาภิวัตน์

          สำหรับบทความนี้ คือ รัฐไทยหรือประเทศไทย มีส่วนเกี่ยวข้องกับสงครามเย็นอย่างไร ผมคิดว่าหลายท่านคงอยากจะทราบ เพราะในยุคสงครามเย็นนั้น โลกของเราเต็มไปด้วยความตึงเครียดมาก โดยผมจะเล่าให้ท่านทราบตามหัวข้อดังนี้ คือ

  • ความหมายของสงครามเย็น
  • สงครามเย็นระยะที่หนึ่ง
  • สงครามเย็นระยะที่สอง
  • รัฐไทยเกี่ยวข้องกับสงครามเย็นอย่างไร

2.ความหมายของสงครามเย็น (Cold War)

          งครามเย็น เป็นช่วงเวลาแห่งความตึงเครียดในทางภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical tension) ระหว่างสหภาพโซเวียต (The Soviet Union) และสหรัฐอเมริกา (The United States) และพันธมิตร คือ กลุ่มยุโรปตะวันออก (Eastern Bloc) และกลุ่มยุโรปตะวันตก (Western Bloc) ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

          ช่วงเวลาของสงครามเย็น คือ ช่วงปีค.ศ.1947 ในสมัยประธานาธิบดีทรูแมน (Truman )แห่งสหรัฐอเมริกา ไปจนถึงปีค.ศ.1991 ซึ่งเป็นปีที่สหภาพโซเวียตล่มสลาย (The dissolution of the Soviet Union)

แผนที่โลก ยุคสงครามเย็น สีนำเงินคือ ฝ่ายโลกเสรีนำโดยสหรัฐอเมริกา ส่วนสีแดง คือ ฝ่ายโลกคอมมิวนิสต์ นำโดยสหภาพโซเวียต
แผนที่โลก ยุคสงครามเย็น สีนำเงินคือ ฝ่ายโลกเสรีนำโดยสหรัฐอเมริกา ส่วนสีแดง คือ ฝ่ายโลกคอมมิวนิสต์ นำโดยสหภาพโซเวียต

          การใช้คำว่า สงครามเย็น ก็เพราะไม่ได้มีการต่อสู้กันโดยตรงระหว่างมหาอำนาจทั้งสอง แต่ทั้งสองมหาอำนาจได้ใช้วิธีสงครามตัวแทน (proxy war) ณ ภูมิภาคที่มีความขัดแย้งกัน ความขัดแย้งมีสาเหตุมาจากอุดมการณ์ที่แตกต่างกันและปัจจัยทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยทั้งสองฝ่ายต่างต้องการครองโลกตามอุดมการณ์ของตน ทั้ง ๆ ที่ทั้งสองชาติได้เป็นพันธมิตรกันเป็นการชั่วคราวในการต่อสู้กับนาซีเยอรมัน(Nazi Germany) จนได้ชัยชนะในปีค.ศ.1945

          การต่อสู้เพื่อเอาชนะของแต่ละฝ่าย นอกจากได้ออกมาในรูปของการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ การสร้างกองกำลังทหารขนาดใหญ่แล้ว ยังมีการกระทำในทางอ้อม คือ สงครามจิตวิทยา (psychological warfare) การโฆษณาชวนเชื่อ (propaganda campaigns)  การจารกรรม (espionage) การห้ามส่งสินค้าบางอย่าง (embargoes) และการแข่งขันกีฬาและการแข่งขันทางเทคโนโลยีอย่าง การแข่งขันทางด้านอวกาศ(Space Race)

          โลกตะวันตกนำโดยสหรัฐอเมริกาและประเทศยุโรปตะวันตกที่ถือเป็นประเทศโลกที่หนึ่ง โดยทั่วไปมีการปกครองระบอบเสรีประชาธิปไตย (liberal democratic) แต่ก็เชื่อมเครือข่ายกับประเทศเผด็จการ (network of authoritarian states) ซึ่งเคยเป็นอาณานิคมของตนมาก่อน ส่วนโลกตะวันออก นำโดยสหภาพโซเวียตและพรรคคอมมิวนิสต์ซึ่งมีอิทธิพลในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ผมขอเล่าสอดแทรกตรงนี้เล็กน้อยว่า ตามข้อมุลในอดีตแสดงให้เห็นว่า แม้เป็นประเทศเผด็จการ หากยอมร่วมมือกับสหรัฐอเมริกาในการต่อสุู้กับสหภาพโซเวียต สหรัฐอเมริกาก็ให้การสนัสนุนรัฐบาลเผด็จการของประเทศนั้น

          รัฐบาลสหรัฐสนับสนุนรัฐบาลปีกขวา (right-wing governments) ไปทั่วโลก ส่วนสหภาพโซเวียตสนับสนุนเงินพรรคคอมมิวนิสต์และการปฏิวัติไปทั่วโลก นอกจากนี้ บรรดาอาณานิคมซึ่งได้รับเอกราชในช่วงปีค.ศ.1945-1960 ได้กลายเป็นประเทศโลกที่สาม (Third World) ในสงครามเย็น (ประเทศเหล่าน้้ ประกาศตัวเป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด)

3.สงครามเย็นระยะที่หนึ่ง (1947-1962)

          สงครามเย็นระยะที่หนึ่ง เริ่มต้นหลังจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมีเหตุการณ์สำคัญดังนี้

         ปี 1949 สหรัฐอเมริกาสร้างองค์การนาโต (NATO) ซึ่งเป็นพันธมิตรทางทหาร เพื่อคอยยับยั้งการโจมตีของสหภาพโซเวียตที่มีนโยบายจะครองโลก

ภาพการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ที่สหรัฐอเมริกา เมื่อปี ค.ศ.1952
ภาพการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ที่สหรัฐอเมริกา เมื่อปี ค.ศ.1952

            ปี 1955 โซเวียตตั้งกลุ่มกติกาวอร์ซอว์ (Warsaw Pact) เพื่อตอบโต้นาโต

            ได้เกิดวิกฤตการณ์ที่สำคัญหลายอย่างเช่น การปิดล้อมกรุงเบอร์ลิน (Berlin Blockade) เมือปี 1918-1949

          เกิดสงครามประชาชนในจีน (Chinese Civil War) ปีค.ศ.1927-1950

          เกิดสงครามเกาหลี (Korean War) ปี ค.ศ. 1950-1953

          เกิดวิกฤติการณ์คลองสุเอช (Suez Crisis) ปี ค.ศ.1956

          เกิดวิกฤติการณ์กรุงเบอร์ลิน (Berlin Crisis) ปีค.ศ. 1961

          เกิดวิกฤติการณ์จรวดคิวบา (Cuban Missile Crisis) ปีค.ศ. 1962

          ยิ่งกว่านั้น สหภาพโซเวียตและสหรัฐอเมริกายังได้แข่งขันกันสร้างอิทธิพลใน ลาตินอเมริกา ตะวันออกกลาง และประเทศที่เคยเป็นอาณานิคมในทวีปอาฟริกาและเอเชีย

3.สงครามเย็นระยะที่ 2 (1968-1991)

          สงครามเย็นระยะที่ 2 ได้เริ่มต้นเมื่อเกิดความขัดแย้งกันระหว่างจีนกับโซเวียต (Sino-Soviet split) ในขณะเดียวกันฝรั่งเศสซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐอเมริกาก็ต้องการความเป็นตัวของตัวเองในการดำเนินนโยบาย (greater autonomy action)

          สงครามเย็นระยที่ 2 นี้มีเหตุการณ์สำคัญ ดังนี้

          สหภาพโซเวียตส่งกองทัพบุกกรุงปราก เมืองหลวงของเช็คโกสโลวาเกีย เมื่อปีค.ศ.1968 (Prague Spring)

          สหรัฐอเมริกาเผชิญปัญหาการก่อจลาจลจากขบวนการสิทธิพลเมือง (civil rights movement) และการต่อต้านสงครามเวียดนาม (Vietnam War)

          ช่วงทศวรรษที่ 1960 และทศวรรษท1970 ได้เกิดขบวนการสันติภาพนานาชาติในกลุ่มประชาชนไปทั่วโลก มีการต่อต้านการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ และมีการเจรจาลดอาวุธนิวเคลียร์ขึ้นมาแทนที่ ด้วยการประท้วงต่อต้านสงครามอย่างใหญ่โต (large anti-war protests)

          ในช่วงทศวรรษที่ 1970 ทั้งอเมริกาและโซเวียต ได้เริ่มต้นเจรจาทำข้อตกลงสันติภาพและความมั่นคงด้วยการจำกัดอาวุธ (Strategic Arms Limitation Talks) ในขณะเดียวกันสหรัฐอเมริกาได้เปิดความสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ตามยุทธศาสตร์ต่อต้านโซเวียต

            แต่ข้อตกลงได้พังทลายลงในช่วงปลายทศวรรษเมื่อโซเวียตได้ใช้กำลังบุกอาฟกานิสถานเมื่อปีค.ศ. 1979 (Soviet-Afgan War) ดังนั้น จึงทำให้ช่วงทศวรรษที่ 1980 กลายเป็นช่วงแห่งความตึงเครียดอีกครั้งหนึ่ง   

             ต่อมาในช่วงกลางทศวรรษที่ 1980 ผู้นำคนใหม่ของโซเวียต คือ มิคาอิล กอร์บาชอฟ (Mikhail Gorbachev) ได้ใช้นโยบายในการปฏิรูปประเทศไปสู่การมีเสรีภาพมากขึ้นทั้งด้านการเมืองที่เรียกว่า กลาสนอสต์ (glasnost) เมื่อปีค.ศ.1985 และฬฯด้านเศรษฐกิจที่เรีกว่า เปเรสทรอยกา (perestroika) เมื่อปีค.ศ.1987 และได้ยุติการบุกรุกอาฟกานิสถาน

            ได้มีการเรียกร้องอำนาจอธิปไตยในยุโรปตะวันออกมากขึ้น และกอร์บาชอฟได้ปฏิเสธการส่งทหารไปช่วยรัฐบาลของประเทศเหล่านั้น ดังนั้น จึงทำให้เกิดคลื่นการปฏิวัติโค่นล้มรัฐบาลคอมมิวนิสต์ของประเทศยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกอย่างสันติ มียกเว้นเฉพาะประเทศโรมาเนียที่ได้ใช้ความรุนแรง

            แม้ในสหภาพโซเวียตเอง พรรคคอมมิวนิสต์ก็ไม่อาจจะคุมสถานการณ์ในประเทศได้อีกต่อไป จนมีการรัฐประหารที่ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ (abortive coup attempt) เมื่่อเดือนสิงหาคม 1991 เหตุการณ์ดังกล่าวได้นำไปสู่การล่มสลายอย่างเป็นทางการของสหภาพโซเวียตเมื่อเดือนธันวาคม 1991

          ผลจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียตดังกล่าวได้นำไปสู่การประกาศเอกราชของหลายประเทศของสาธารณรัฐที่ขึ้นอยู่กับสหภาพโซเวียต และการล่มสลายของการปกครองระบอบคอมมิวนิสต์ทั่วทวีปเอเชียและอาฟริกา ทำให้สหรัฐอเมริกากลายเป็นมหาอำนาจเดี่ยวของโลกนับแต่นั้นเป็นต้นมา ( ประเทศเหล่านี้ได้แก่ประเทศที่ตั้งอยู่รายล้อมสหพันธ์รัสเซียในปัจจุบัน)

            อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น ก็ได้เกิดความขัดแย้งครั้งใหม่ของประเทศสหพันธรัฐรัสเซีย (Russian Federation) หรืออดีตสหภาพโซเวียต กับสหรัฐอเมริกาและพันธมิตร และความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรกับจีน ในยุคศตวรรษที่ 21 ชึ่งน่าจะเป็นสงครามเย็นครั้งที่ 2 (Second Cold War)

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสงครามเย็น กรุณาดูได้ในเว็บไซต์ข้างล่างนี้

https://en.wikipedia.org/wiki/Cold_War

4.รัฐไทยกับสงครามเย็น

          ในช่วงของการเกิดสงครามเย็น ระหว่างปีค.ศ.1947-1991 ประเทศไทยของเราก็ได้รับผลกระทบจากการต่อสู้ทางอุดมการณ์ระหว่างค่ายโลกเสรีซึ่งนำโดยสหรัฐอเมริกและยุโรปตะวันตก และค่ายโลกคอมมิวนิสต์นำโดยสหภาพโซเวียตและจีนคอมมิวนิสต์ พอสรุปเหตุการณ์สำคัญ ๆ ได้ดังนี้

            4.2 รัฐไทยกับสงครามเย็นภายในประเทศ

          ภายหลังเหมา เจ๋อ ตุง สามารถพามวลชนก่อการปฏิวัติเอาชนะรัฐบาลประชาธิปไตยภายใต้การนำของเจียงไคเช็ค จนทำให้เจียง ไคเช็ก ต้องทิ้งแผ่นดินใหญ่จีนลงไปทางใต้ตั้งมั่นอยู่ที่ไต้หวัน เมื่อปีค.ศ.1949 หรือพ.ศ.2492 หลังจากนั้น ได้มีการเคลื่อนไหวของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) โดยเน้นการเคลื่อนไหวในพื้นที่ชนบท ตามยุทธศาสตร์ป่าล้อมเมืองของเหมา เจ๋อ ตุง ทำให้รัฐบาลไทยนับตั้งแต่ยุคสมัยจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรีได้ทำการต่อสู้ปราบปรามผู้ก่อการร้าคอมมิวนิสต์ (ผกค.) อย่างจริงจังมาโดยตลอดภายใต้การสนับสนุนของสหรัฐอเมริกา และมาประสบผลสำเร็จในยุคพลเอก เปรม   ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี จึงประสบผลสำเร็จด้วยนโนบายการเมืองนำหน้าการทหารตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 66/2523 โดยบรรดา ผกค. ได้ยอมวางอาวุธออกมาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย เหตุการณ์จึงได้สงบลงในปีพ.ศ.2525

เจ้าหน้าทีตำรวจตระเวนชายแดนต้องพากันคอยซุ่มดักผกค.ในป่า ด้วยความยากลำบาก ในยุคที่มีผกค.ในประเทศไทยก่อนปี พ.ศ.2525
เจ้าหน้าทีตำรวจตระเวนชายแดนต้องพากันคอยซุ่มดักผกค.ในป่า ด้วยความยากลำบาก ในยุคที่มีผกค.ในประเทศไทยก่อนปี พ.ศ.2525

อนึ่ง พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ได้รับการสนับสนุนจากประเทศจีนคอมมิวนิสต์เป็นหลัก

            4.2 รัฐไทยกับสงครามเวียดนาม 20 ปี พ.ศ.2498-2518 (1955-1975)

          สงครามเวียดนามเป็นสงครามเย็นที่เกิดขึ้นใกล้ประเทศไทย เป็นสงครามระหว่างเวียดนามใต้ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกาและพันธมิตร และเวียดนามเหนือซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหภาพโซเวียตเป็นหลัก  ประเทศไทยได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสงครามเวียดนามในสองลักษณะ คือ

            การตั้งฐานทัพในประเทศไทย

            ประเทศไทยในยอมให้อเมริกาเข้ามาตั้งฐานทัพอากาศในไทยช่วงปีพ.ศ.2504-2518 เพื่อใช้เป็นฐานปฏิบัติการโจมตีประเทศเวียดนามเหนือ คาดว่า ประมาณร้อยละ 80 ของการทิ้งระเบิดในเวียดนามเหนือมาจากฐานทัพอากาศในประเทศไทย โดยมีจำนวนทหารอเมริกันภาคพื้นดินสูงสุดในปีพ.ศ.2511 จำนวน 11,494 คน และทหารอากาศจำนวนสูงสุดในปีพ.ศ.2512 จำนวน 33,500 คน และมีเครื่องบินสหรัฐในไทยในปีพ.ศ.2512 ประมาณ 600 เครื่อง นับเป็นฐานปฏิบัติการทางทหารที่ใหญ่มาก และใหญ่กว่าฐานปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐอเมริกาในเวียดนามเสียอีก

            สำหรับรายชื่อฐานทัพอากาศในไทยที่ยินยอมให้สหรัฐตั้งเป็นฐานปฏิบัติการในสงครามเวียดนาม ได้แก่ ฐานทัพอากาศดอนเมือง ฐานทัพอากาศโคราช ฐานทัพเรือนครพนม ฐานทัพอากาศตาคลี สนามบินทหารเรืออู่ตะเภา ฐานทัพอากาศอุบล และฐานทัพอากาศอุดร

            หลังจากกรุงไซ่ง่อนแตกเมื่อปีพ.ศ.2518 สหรัฐได้ประกาศเมื่อเดือนพฤษภาคม 2518 ถอนกำลังพลทั้งหมดออกไปจากไทยภายใน 12 เดือน ประกอบด้วย ทหารจำนวน 28,000 นาย และเครื่องบินจำนวน 300 เครื่อง

(th.wikipedia.org/wiki/กองทัพอากาศสหรัฐในประเทศไทย)   

          การส่งทหารไทยไปร่วมรบในสงครามเวียดนาม

            ไทยในฐานะประเทศพันธมิตรของอเมริกา ได้ส่งทหารไปร่วมรบในสงครามเวียดนามในช่วงปี พ.ศ.2510-2515 ณ  ค่ายเบียร์แคต เบียนฮหว่า โดยปีพ.ศ.2510 ส่งกรมทหารอาสาสมัคร จงอางศึก และปีพ.ศ.2511 ส่งกองพลทหารอาสาสมัคร เสือดำ รวมทหารไทยที่ส่งไปช่วยรบที่เวียดนาม จำนวน 40,000 คน มีทหารไทยตาย 351 คน และบาดเจ็บ 1,358 คน                                                                                           (th.wikipedia.org/wiki/ประเทศไทยในสงครามเวียดนาม)

5.สรุป

รัฐไทยได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสงครามเย็น 2 ลักษณะ คือ

สงครามเย็นภายในประเทศ  ประเทศไทยได้ต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์ไทย (พคท.) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากพรรคคอมมิวนิสต์จีน เป็นเวลาหลายปีนับตั้งแต่ปีพ.ศ.2504  จนกระทั่งปีพ.ศ.2525 การต่อสู้จึงได้ยุติลงตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 66/2523 ทีเปิดโอกาสให้ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ไทยยอมวางอาวุธ และมาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย

สงครามเวียดนาม ประเทศไทยได้มีส่วนร่วมในสงครามเวียดนาม 2 ประการ คือ ยอมให้สหรัฐอเมริกาตั้งฐานทัพอากาศจำนวน 7 แห่ง เพื่อนำระเบิดไปทิ้งในเขตประเทศเวียดนามเหนือ และส่งทหารไทยจำนวน 40,000 นาย ไปร่วมรบในสงครมเวียดนาม ร่วมกับทหารอเมริกัน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และเวียดนามใต้

สำหรับความคิดเห็นเพิ่มเติม โปรดติดตามได้ใน คุยกับดร.ชา ท้ายบทความนี้

คุยกับดร.ชา

          คู่สนทนาของผมในวันนี้ ได้รับเกียรติจาก คุณวัชรินทร์ (นามสมสมุติ) ซึ่งเคยเป็นลูกศิษย์ของผมในการเรียนปริญญาโทของมหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยเป็นผู้ทำคะแนนได้สูงสุดตลอดกาลในบรรดาผู้ที่เคยเป็นลูกศิษย์ปริญญาโทของผม

คุณวัชรินทร์เมื่อครั้งยังหนุ่มแน่น กับเพื่อนร่วมอาชีพ
คุณวัชรินทร์เมื่อครั้งยังหนุ่มแน่น กับเพื่อนร่วมอาชีพ

            “สวัสดี คุณวัชรินทร์ เราไม่ได้พบกันนาน สบายดีหรือ วันนี้อาจารย์อยากรบกวนเวลามาสนทนากันเกี่ยวกับเรืองสงครามเย็นหน่อย ทราบว่า คุณวัชรินทร์เคยมีประสบการณ์ในการทำสงครามเย็นอยู่บ้างไม่ใช่เหรอ ” ผมทักทายคุณวัชรินทร์ด้วยความคิดถึง

            “สวัสดีครับ อาจารย์ นึกว่าอาจารย์ลืมผมเสียแล้ว ผมก็ได้แต่รอว่า เมื่อใดจะเชิญผมมาคุยเสียที ” คุณวัชรินทร์พูดจาตัดพ้อผมเล็กน้อย

            “ คือการเชิญใครมาคุยนี่ อาจารย์ก็ต้องพิจารณาดูว่า ท่านใดจะเหมาะสมกับการคุยกันในเรื่องใด อย่างเรื่องนี้ อาจารย์คิดว่า น่าจะเหมาะกับคุณวัชรินทร์แน่ ขอเริ่มเรื่องเลยนะ

            ประเด็นคือ คำว่า สงครามเย็นนี่ เย็นสมชื่อหรือเปล่า ในมุมมองของคุณวัชรินทร์คิดว่า ทำไมไทยเราต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับสงครามเย็น เราไม่เข้าไปเกี่ยวงข้องไม่ได้หรือ” ผมยิงคำถามรวดเดียวเลย

          “ ในความเห็นผมนะ สงครามเย็น เย็นแต่ชื่อ แต่ของจริงร้อน เพราะสงครามเย็นเป็นสงครามที่ไม่มีการประกาศว่าจะทำสงครามกัน แต่ได้มีการต่อสู้ สู้รบกันในหลายลักษณะ ทั้งในด้านการโฆษณาชวนเชื่อ การทำสงครามจิตวิทยา แย่งชิงมวลชนกัน มีการสู้รบแบบกองโจร บางครั้งก็เป็นสงครามขนาดใหญ่ อย่างสงครามเวียดนาม มีการใช้เครื่องบิน บี 52 ขนระเบิดไปทิ้งในเวียดนามเหนือเป็นเวลาหลายปี

            อเมริกาทำขนาดนั้นก็ยังเอาชนะในสงครามเวียดนามไม่ได้เลย ” คุณวัชรินทร์ตอบแบบร่ายยาวพร้อมกับถอนหายใจเล็กน้อย

            “ ถ้าเราจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับสงครามเย็น จะทำได้ไหม คุณวัชรินทร์ยังไม่ได้ตอบประเด็นนี้” ผมทวงคำตอบ

            “ ผมเข้าใจว่า เป็นเรื่องของสถานการรณ์ของประเทศหรือของภูมิภาคหรือของโลกในแต่ละช่วงว่าเป็นอย่างไร เราคงจะไปวางแผนหรือกำหนดล่วงหน้าไม่ได้” คุณวัชรินทร์ตอบสั้น ๆ

            “คุณวัชรินทร์คิดว่า การจะแพ้ชนะกันในสงครามเย็น อยู่ที่อะไร ” ผมถามสั้น ๆ แต่ตรงประเด็น

            “ ผมคิดว่า อยู่ที่ว่าฝ่ายใดจะดึงประชาชนหรือมวลชนให้มาอยู่ฝ่ายตนได้มากกว่า เพราะว่าจริง ๆ แล้ว ต่อให้เรามีอาวุธที่เหนือกว่า หากประชาชนไม่เอาด้วยกับเราก็ยาก เพราะสงครามเย็นเป็นสงครามที่ยืดเยื้อยาวนาน

            อย่างสงครามเวียดนาม อเมริกาที่ว่าแน่ เพราะเพิ่งเป็นผู้พิชิตสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ยังไม่สามารถเอาชนะเวียดนามเหนือได้เลย ทั้ง ๆ ทีมีอาวุธเหนือกว่ากันตั้งเยอะ ” คุณวัชรินทร์พูดเปรย ๆ

            “ อยากให้คุณวัชรินทร์พูดให้ชัดเจนได้ไหม ” ผมรบเร้าต่อเล็กน้อย

            “ ได้อาจารย์ คือ ผู้นำเวียดนามเหนือในขณะนั้น คือ โฮจิมินห์ เป็นคนที่ชาวเวียดนามเชื่อว่า ได้อุทิศตนและเสียสละเพื่อชาติบ้านเมืองของตนจริง  ประชาชนยอมรับและศรัทธา อีกอย่างคนเวียดนามเขาเชื่อว่า อเมริกาเป็นมหาอำนาจที่เข้ามารังแกหรือข่มเหงพวกเขาในประเทศของเขา พวกเขายอมไม่ได้ ” คุณวัชรินทร์ตอบตามหลักภาวะผู้นำ

            “ แสดงว่า ในการต่อสู้กับชาติมหาอำนาจที่เข้ามารุกรานดินแดนเรา หากเราได้ผู้นำที่ดี ประชาชนมีความศรัทธาในตัวผู้นำ โอกาสที่จะเอาชนะได้ก็มีอยู่ไม่น้อยใช่ไหม ” ผมถามแบบอยากได้ข้อสรุป

            “ แน่นอนอาจารย์ ผมเคยอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ของไทยบ้าง ของต่างประเทศบ้าง พบว่า ประเทศใดได้ผู้นำเก่งและดี มักจะสามารถนำชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้ทั้งนั้น แต่ถ้าได้ผู้นำไม่ดี ก็อาจจะพาชาติล่มจมได้ เพราะผู้นำคือคนที่พาคนอื่นทำไงอาจารย์ พาทำดีก็ดี พาทำชั่วก็ชั่ว” คุณวัชรินทร์ตอบตามประสบการณ์ที่มองเห็นและตามความรู้ที่ได้ศึกษามา

            “ดีมาก คุณวัชรินทร์ ถ้าคะแนนเต็มร้อย อาจารย์ให้คะแนน 120 เลย วันนี้คงรบกวนเท่านี้ พบกันใหม่คราวหน้านะ ” ผมกล่าวขอบคุณพร้อมยุติการสนทนา

            “ด้วยความยินดีครับ อาจารย์ ผมขอแถมท้ายอีกนิดหนึ่ง นวนิยายและภาพยนตร์ชุดเจมส์ บอนด์  เป็นเรื่องราวของสายลับ 007 ของหน่วยสืบราชการลับอังกฤษในยุคสงครามเย็นนี่เอง ” คุณวัชรินทร์อดกล่าวทิ้งท้ายด้วยความชื่นชมไม่ได้

ดร.ชา

30/10/20

Dr.Char

Mr.Chartri DireksriMr.Chartri Direksriดร.ชาตรี ดิเรกศรี (Dr.Chartri Direksri) เคยรับราชการเป็นนักปกครองในตำแหน่งปลัดอำเภอตรี เมื่อปีพ.ศ.2517 ผ่านการดำรงตำแหน่งนายอำเภอหลายอำเภอ เป็นปลัดจังหวัด และเกษียณอายุราชการในตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด เมื่อปีพ.ศ.2554 นอกจากนี้ยังเคยเป็นอาจารย์ผู้บรรยายพิเศษ หลักสูตรปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นเวลา 9 ปี

RELATED ARTICLES

หมอ พยายาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อรักษาคนติดเชื้อโรคโควิด-19

การบริหารในสถานการณ์ฉุกเฉินกรณีโรคโควิด-19: ความรุนแรงของสถานการณ์ และแนวคิดในการแก้ปัญหา(1)

68 / 100 Powered by Rank Math SEO การมองการบริหารในสถานการณ์ฉุกเฉินกรณรีโรคโควิด-19 ด้วยประสบการณ์การบริหารเพื่อแก้ปัญหาโรคไข้หวัดนก ปีพ.ศ.2547  (1) อาจมองได้หลายมิติ ในตอนแรกนี้ จะขอกล่าวถึงมิติด้านความรุนแรงของสถานการณ์ และแนวคิดในการแก้ปัญหา 1.ความรุนแรงของสถานการณ์โรคโควิด-19 ระบาด อาจมองความรุนแรงของสถานการณ์โรควิด-19 ได้เป็น 2 ระดับโลก และความรุนแรงของสถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศไทย             1.1ความรุนแรงของสถานการณ์โรคโควิด-19 ระดับโลก           ความรุนแรงของสถานการณ์โรคโควิด-19 (Covid-19) หรือโรคไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ถือได้ว่า เป็นโรคระบาดจากคนไปสู่คนและแพร่กระจายไปทั่วโลก โดยเริ่มต้นจากประเทศจีนไปสู่อีกหลายประเทศอย่างรวดเร็วทั้งในเอเชีย ยุโรป และอเมริกา มียอดผู้ติดเชื้อ และยอดผู้เสียชีวิตจากโรคดังกล่าวเพิ่มขึ้นทุกวัน จนไม่อาจจะพยากรณ์ได้ว่า จะจบลงเมื่อใดและอย่างไร                    เพราะแม้แต่ประเทศมหาอำนาจอันดับหนึ่งชองโลกอย่างสหรัฐอเมริกาก็ยังไม่อาจยับยั้งหรือแก้ปัญหาดังกล่าวได้ในขณะนี้ ตรงกันข้าม…

การ ปล่อย วาง จะนำมาซึ่งการคลายทุกข์(15) (New***) 4

การ ปล่อย วาง จะนำมาซึ่งการคลายทุกข์(15) (New***)

81 / 100 Powered by Rank Math SEO “การ ปล่อย วาง จะนำมาซึ่งการคลายทุกข์ ” นับเป็นบทความลำดับที่ 15 ของหมวด 7 เรื่องเล่า ประสบการณ์ ปฏิบัติธรรม เพื่อคลายทุกข์ เนื้อหาประกอบด้วย ความนำ การ ปล่อย วาง  คืออะไร ความทุกข์ใจเข้ามาทางช่องใดบ้าง การเจริญสมาธิและสติเพื่อการ ปล่อย วาง  คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเรื่องนายกฯ 8 ปี  สรุป ถาม-ตอบสนุก กับดร.ชา 369 1.ความนำ           ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาปีที่แล้ว ผมได้เขียนบทความหมวด 7 เรื่องเล่า ประสบการณ์ ปฏิบัติธรรม…

นายกรัฐมนตรี มีผู้รักษาราชการแทน เพื่อประโยชน์อันใด (9) 5

นายกรัฐมนตรี มีผู้รักษาราชการแทน เพื่อประโยชน์อันใด (9)

81 / 100 Powered by Rank Math SEO นายกรัฐมนตรี มีผู้รักษาราชการแทน เพื่อประโยชน์อันใด เป็นบทความลำดับที่ 9 ของหมวด 5 เหตุการณ์ปัจจุบันที่น่าสนใจ  มีหัวข้อดังนี้ คือ ความนำ แนวคิดเบื้องต้นในการบริหารราชการแผ่นดิน นายกฯ คือ ใคร และมีความสำคัญอย่างไร  ทำไมต้องมีผู้รักษาราชการแทน การปฏิบัติราชการแทนนายกฯ ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ การรักษาราชการแทนนายกฯ คำสั่งแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนนายกฯ วิเคราะห์แนวโน้มการใช้อำนาจของผู้รักษาราชการแทน นายกฯ สรุป ถาม-ตอบ สนุก กับดร.ชา 369 1.ความนำ           ในขณะนี้ข่าวสารการเมืองของประเทศไทยที่กำลังเป็นที่สนใจของคนไทยทั่วประเทศ คงไม่มีข่าวใดน่าสนใจเท่ากับข่าวศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้รับเรื่องวาระดำรงตำแหน่งครบ 8 ปีของนายกฯ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา…

7 COMMENTS

  1. ขอบคุณ คุณวัชรินทร์ที่มาแบ่งปันความรู้ค่ะ
    อาจารย์คะ คุณวัชรินทร์เป็นอดีตนักศึกษาปริญญาโท ศูนย์ไหนคะ ขอบคุณค่ะ

  2. อาจารย์คะ เขมรแดง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสงครามเย็น แล้วเกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ได้อย่างไร และได้ยุติลงเมื่อไหร่คะ ขอบคุณค่ะ

    1. เขมรแดง เคยปกครองกัมพุชา 4 ปี ระหว่างปีพ.ศ. 2518-2522 ได้ปกครองเขมรด้วยความโหดร้ายทารุณ ฆ๋าผู้เห็นต่างร่วม 3 ล้านคน เกือบครึ่งของประชากรเขมรในยุคนั้น ได้หมดอำนาจลงเพราะเวียดนามส่งทองทัพบุกเขมร หลังจากนั้น ก็เป็นยุคสมเด็จฮุนเซนปกครองเขมรมาจนกระทั่งทุกวันนี้

  3. อาจารย์คะ ฮุนเซนปกครองกัมพูชามาอย่างยาวนาน เพราะเหตุใด ประเทศยังไม่ก้าวหน้า ไม่มีการเปลี่ยนผู้นำ แล้วจีนทำไมจึงก้าวหน้าอย่างรวดเร็วคะ ขอบคุณค่ะ

    1. ขอตอบสั้น ๆ ก็แล้วกันว่า
      ข้อแรก การที่ฮุนเซนปกครองเขมรได้นาน แสดงว่า เขาต้องมีผลงานถูกใจประชาชน ในขณะเดียวกัน ฝ่ายค้านก็ไม่เข้มแข็งพอที่จะโค้นล้มเขาได้
      ข้อสอง การที่จีนคอมมิวนิสต์เจริญเร็ว ก็เพราะยอมรับระบบทุนนิยม ที่จีนเคยเคยมองว่าเป็นศัตรูของระบบคอมมมิวนิสต์มาใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจของประทศ
      ยอมรับนักลงทุนจากทั่วโลก ประกอบกับจีนมีประชากรมาก ทำให้มีแรงงานเหลือเฟือ ราคาค่าแรงไม่สูง ตรงกับความต้องการของนักลงทุนทั่วโลกที่ประสบปัญหาค่าแรงงานในประเทศของตนเองสูง
      จึงแห่เข้าไปลงทุนในจีนอย่างล้นหลาม ทำให้จีนสามารพัฒนาประเทศให้เจริญเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด และที่สำคัญมากคือ เขาไม่มีปัญหาเสถียรภาพทางการเมือง และไม่มีปัญหาเสถียรภาพของรัฐบาล

    2. ขอตอบสั้น ๆ ดังนี้
      ขัอแรก ฮุนเซนครองอำนาจได้ยาวนาน เพราะมีผลงานถูกใจประชาชน และฝ่ายค้านอ่อนแอมาก
      ข้อสอง จีนเจริญเร็วในช่วงหลัง เพราะเติ้งเสี่ยว ผิง ยอมรับระบบทุนนิยมที่จีนเคยด่าว่าเป็นศัตรูของคอมมิวนิสต์ จีนมีประชากรมาก ทำให้ค่าแรงถูก ถูกใจนักลงทุนจากทั่วโลก และที่สำคัญ คือ จีนมีเสถียรภาพทางการเมือง ทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพด้วย การบริหารประเทศจึงไม่มีอุปสรรคมาก

    3. ขอตอบสัน ๆ ดังนี้
      ข้อแรก ฮูนเซน ครองอำนาจได้นานเพราะเหตุ 2 ประการ คือ มีผลงานถูกใจประช่าชน และฝ่ายค้านอ่อนแอมาก จนไม่มีทางจะโค่นล้มฮุนเซนได้
      ข้อสอง จีนเจริญได้เร็ว เพราะเหตุ 3 ประการ คือ จีนยุคเติ้ง เสี่ยวผิงยอมรับระบบทุนนิยมที่คนเคยด่าว่าเป็นศัตรูร้ายของคอมมิวนสิสต์ จีนมีประชากรมาก ทำให้มีแรงงานมาก ราคาถูก ถูกใจนักลงทุนจากทั่วโลก
      และประการสุดท้าย คือจีนมีเสถียรภาพทางการเมือง ทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพด้วย การบริหารประเทศจึงราบรืน ไม่มีการขัดแข้งขัดขาเหมือนบางประเทศได้เณ

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Share on Social Media
%d bloggers like this: