83 / 100

ประวัติกัมพูชา ที่น่ารู้ เป็นบทความลำดับที่ 21 ของหมวด 12 เรื่องเล่า กลุ่มประเทศอาเซียน โดยจะกล่าวถึง ความนำ อาณาจักรเขมรยุคแรก (อาณาจักรฟูนัน อาณาจักรเจนละ) ยุคจักรวรรดิเขมรหรืออาณาจักรขอม ประเทศราชของสยาม อาณานิคมของฝรั่งเศส ยุคหลังได้รับเอกราช สาธารณรัฐเขมรและสงครามกลางเมือง กัมพูชาประชาธิปไตยและเขมรแดง สาธารณรัฐประชาชนกัมพูชา กัมพูชายุคใหม่ ยุคฟื้นฟูสถาบันพระมหากษัตริย์ สรุป และถาม-ตอบ สนุก กับดร.ชา 369

1.ประวัติกัมพูชา

          กัมพูชาหรือเขมรเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดไทยมากประเทศหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องประเทศไทยเป็นอย่างมาก ดังนั้น การศึกษาประวัติศาสตร์ของเขมรจึงมีส่วนสำคัญที่จะทำให้เราเข้าใจประวัติศาสตร์ไทยด้วยในทำนองเดียวกันกับการศึกษาประวัติลาว

          ในบทความนี้ ขอแบ่งประวัติกัมพูชาออกเป็นยุค ๆ ได้ดังนี้

  • อาณาจักรเขมรยุคแรก (อาณาจักรฟูนัน

และอาณาจักรเจนละ)

  • สมัยจักรวรรดิเขมรหรืออาณาจักรขอม
  • ประเทศราชของสยาม
  • อาณานิคมของฝรั่งเศส
  • ยุคหลังได้รับเอกราช
  • สาธารณรัฐเขมรและสงครามกลางเมือง
  • กัมพูชาประชาธิปไตยและเขมรแดง
  • สาธารณรัฐประชาชนกัมพูชา
  • กัมพูชายุคใหม่
  • ฟื้นฟูสถาบันพระมหากษัตริย์

2.ประวัติกัมพูชา ยุคแรก

            ประวัติกัมพูชาในยุคแรกมีอยู่ 2 อาณาจักร คือ อาณาจักรฟูนัน และอาณาจักรเจนละ

ประวัติกัมพูชา ที่น่ารู้ (21) 2
อาณาจักรฟูนัน อาณาจักรเริ่มแรกของชาวเขมร (วิกิพีเดีย, ประเทศกัมพูชา, 25 มิถุนายน 2564)

            2.1 อาณาจักรฟูนัน

                        อาณาจักรฟูนันเป็นอาณาจักรที่มีความรุ่งเรืองระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 1-6 มีที่ตั้งอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง ปัจจุบันเป็นที่ตั้งประเทศเขมร เวียดนามตอนใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย บางตอนของแม่น้ำเจ้าพระยา และภาคใต้ของไทยไปจนถึงแหลมมลายู

                        ฟูนันนับเป็นอาณาจักรแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประชาชนดำรงชีพด้วยการเกษตร และการค้าขายกับต่างประเทศ

                   ยุคนี้เป็นยุคของการรับเอาวัฒนธรรมทางศาสนาพราหมณ์จากอินเดีย โดยนับถือและบูชาพระศิวะและพระวิษณุ มีการแปลงตัวอักษรอินเดียมาเป็นตัวอักษรเขมร  ศูนย์กลางความเจริญอยู่ที่มณฑลไปรเวียงทางตอนใต้และลุ่มน้ำทะเลสาบ ส่วนพลเมืองมีเผ่าฟูนัน เขมร  และจาม ซึ่งมีอยู่ทั่วไปทางตอนใต้ของลุ่มแม่น้ำโขง

            2.2 อาณาจักรเจนละ (พ.ศ.1078-1345)

                   ในช่วงที่อาณาจักรฟูนันกำลังรุ่งเรืองนั้น ได้มีดินแดนแห่งหนึ่งซึ่งเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรฟูนัน เรียกชื่อว่า อาณาจักรเจนละ มีกษัตริย์องค์หนึ่งปกครอง พระนามว่า กัมพู จึงเป็นจุดเริ่มต้นของคำว่า กัมพูชา

                    อาณาจักรเจนละ แบ่งดินแดนออกเป็นสองอาณาจักรย่อย คือ อาณาจักรตอนเหนือ เรียกชื่อว่า กุมพูปุระ และอาณาจักรทางตอนใต้เรียกชื่อว่า วิชัยปุระ ต่อมามีกษัตริย์ของกัมพูปุระพระองค์หนึ่งได้ทำสงครามกับอาณาจักรวิชัยปุระ ประสบชัยชนะ จึงได้ส่งกองทัพไปโจมตีอาณาจักรฟูนันได้สำเร็จและได้รวมเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรเจนละ

                    อาณาจักรเจนละเจริญรุ่งเรืองได้ช่วงเวลาหนึ่ง จนกระทั่งอาณาจักรศรีวิชัยได้แผ่อำนาจเข้ามา อาณาจักเจนละจึงได้ตกเป็นเมือขึ้นของอาณาจักรศรีวิชัย

3.ประวัติกัมพูชา ยุคจักรวรรดิเขมร (พ.ศ.1345-1947หรือค.ศ.802-1431)

แผนที่จักรวรรดิเขมรยุคปีพ.ศ.1443(วิกิพีเดีย, จักรวรรดิเขมร, 25 มิถุนายน 2564)
แผนที่จักรวรรดิเขมรยุคปีพ.ศ.1443(วิกิพีเดีย, จักรวรรดิเขมร, 25 มิถุนายน 2564)

          เมื่อประมาณปีพ.ศ.1345 มีกษัตริย์กัมพูปุระพระองค์หนึ่งทรงพระนามว่า พระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ซึ่งครองราชย์ระหว่างพ.ศ.1345-1412 ได้รวบรวมอาณาจักรกัมพูปุระและอาณาจักรวิชัยปุระเข้าด้วยกัน ตั้งเป็นอาณาจักรใหม่ขึ้นมาเรียกว่า อาณาจักรขอม พระองค์ได้กอบกู้เอกราชของอาณาจักรขอมจากอาณาจักรศรีวิชัยเป็นผลสำเร็จ  และได้แผ่อำนาจออกไปจนทำให้อาณาจักรขอมมีขอบเขตอำนาจกว้างใหญ่กินพื้นที่ 1 ใน 3 ของอินโดจีน เป็นระยะเวลายาวนานถึง 400 ปี ก่อนที่จะค่อย ๆ เสื่อมอำนาจลงในที่สุดเมื่อปีพ.ศ.1947

            ราชวงศ์ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ได้ครองอาณาจักรขอมจนถึงปีพ.ศ.1420 จึงได้เสื่อมอำนาจลง และได้มีราชวงศ์ใหม่สืบอำนาจต่อ โดยมีพระเจ้าอินทวรมันที่ 1 เป็นปฐมราชวงศ์ และมีพระเจ้ายโศวรมันที่ 1 ครองราชย์ต่อระหว่างปีพ.ศ.1432-1451 พระองค์ทรงเป็นผู้สร้างเมืองนครธมเป็นเมืองหลวงใหม่

            จนกระทั่งถึงช่วงปีพ.ศ.1655-1695 พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ได้ขึ้นครองราชย์ พระองค์เป็นกษัตริย์ที่มีอำนาจสูงสุดของอาณาจักรขอม ทรงให้สร้างนครวัด และทำสัญญาไมตรีกับจามและจีน

          เมืองหลวงของจักรวรรดิเขมร

          ตามประวัติกัมพูชา ตลอดระยะเวลาของการดำรงอยู่ของจักรวรรดิเขมรมากกว่า 600 ปี ได้มีเมืองหลวงหลายแห่ง ได้แก่

          เมืองมเหนทรบรรพต ช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 9

          เมืองหริหราลัย ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 9

          เมืองยโสธรปุระ ช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 9-ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 10

          เมืองพระนคร ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 10-15

4.สมัยประเทศราชของสยาม (พ.ศ.1896-2410)

แผนที่แสดงประวัติกัมพูชายุคมืด (วิกิพีเดีย, ยุคมืดของกัมพูชา, 25 มิถุนายน 2564)
แผนที่แสดงประวัติกัมพูชายุคมืด (วิกิพีเดีย, ยุคมืดของกัมพูชา, 25 มิถุนายน 2564)

          อาณาจักรขอมในยุคของพระเจ้าวรมันที่ 8 (พ.ศ.1786-1838) ได้เสื่อมอำนาจลง ทำให้ประเทศราชได้แข็งข้อ กล่าวคือพ่อขุนผาเมืองเจ้าเมืองราดและพ่อขุนบางกลางหาวได้แข็งเมืองไม่ขึ้นกับเมืองพระนคร ประกาศสถาปนาอาณาจักรสุโขทัยขึ้นมา จนกระทั่งปีพ.ศ.1896 กรุงศรีอยุธยาในรัชสมัยพระเจ้าอู่ทอง ซึ่งเป็นองค์ปฐมกษัตริย์ของอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา ได้ทรงมอบหมายให้ขุนหลวงพะงั่วยกกองทัพไปโจมตีอาณาจักรเขมรจนแตกพ่ายและได้เขมรเข้ามาไว้ในอำนาจนับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

            จนกระทั่งเมื่อปีพ.ศ.1936 อาณาจักรเขมรได้แข็งเมืองต่อกรุงศรีอยุธยาในรัชสมัยสมเด็จพระราเมศวร พระองค์ได้ส่งกองทัพไทยไปยึดเมืองพระนครเมืองหลวงของเขมรได้อีกครั้งหนึ่ง และต่อมาเมื่อปีพ.ศ.1947 เขมรได้แข็งเมืองต่อกรุงศรีอยุธยาอีกครั้งหนึ่ง ไม่ยอมส่งเครื่องราชบรรณาการเหมือนอย่างเคย สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 ได้ยกทัพหลวงจากกรุงศรีอยุธยาไปตีเมืองพระนครของเขมร จนถูกทำลายจนย่อยยับ ทำให้เขมรต้องย้ายเมืองหลวงไปอยู่เมืองจตุรพักตร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งกรุงพนมเปญในปัจจุบัน และต่อมาได้ย้ายไปอยู่ที่เมืองละแวก ใกล้ริมทะเลสาบเขมร ก่อนที่จะย้ายไปอยู่ที่เมืองศรีสุนทร และเมืองอุดรมีชัยในเวลาเวลาต่อมา

            การที่เมืองพระนคร เมืองหลวงของอาณาจักรเขมร ถูกกองทัพกรุงศรีอยุธยาทำลายจนย่อยยับ ทำให้อาณาจักรขอมสูญสิ้นความเป็นอาณาจักร และต้องอยู่ภายใต้การปกครองของไทย นับตั้งแต่ยุคกรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี และกรุงรัตนโกสินทร์

          เขมรได้ตกอยู่ภายใต้อำนาจของไทยนับตั้งแต่ยุคกรุงศรีอยุธยาเรื่อยมา จนกระทั่งถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้เกิดสงครามระหว่างไทยกับญวน เพื่อแย่งชิงอำนาจเหนือเขมรเป็นเวลายาวนานร่วม 14 ปี เรียกชื่อว่า สงครามอานามสยามยุทธ ระหว่างปีพ.ศ.2374-2388 ผลของสงครามได้ยุติลงด้วยการเจรจาสงบศึก  ญวนยอมให้เขมรเป็นประเทศราชของไทยต่อไป แต่ต้องส่งเครื่องบรรณาการไปให้ญวนเสมือนหนึ่งเป็นประเทศราชของญวนด้วย

ยุคนี้ถือเป็นยุคมืดของกัมพูชา

5.ยุคอาณานิคมของฝรั่งเศส (พ.ศ.2410-2497)

          ตามประวัติกัมพูชา หลังจากฝรั่งเศสได้ญวนไว้ในอำนาจแล้ว ก็หาทางบีบเอาเขมรไปไว้อำนาจด้วย โดยอ้างว่า เขมรเคยเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของญวน  ในที่สุดพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 จำต้องทรงยอมยกเขมรให้ตกเป็นของฝรั่งเศสเมื่อปีพ.ศ.2410

            เขมรได้ตกเป็นของฝรั่งเศสเป็นเวลายาวนานร่วม 86 ปี จนกระทั่งหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงได้รับเอกราช

            อย่างไรก็ดี ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เขมรได้ถูกยึดครองโดยญี่ปุ่นระหว่างปีพ.ศ.2484-2489

6.ยุคหลังจากได้รับเอกราชจากฝรั่งเศส (พ.ศ.2497-2513)

          หลังจากฝรั่งเศสเป็นฝ่ายปราชัยในการรบที่เมืองเบียนเดียฟู ซึ่งอยู่ในเวียดนามเหนือ ทำให้ต้องมีการประชุมทำความตกลง 14 ชาติ ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อปีพ.ศ.2497 โดยได้ข้อยุติว่า ฝรั่งเศสยอมให้เอกราชแก่ เวียดนาม ลาว และกัมพูชา โดยมีเจ้านโรดม สีหนุ เป็นกษัตริย์ในช่วงรอยต่อของประวัติศาสตร์ และได้กำหนดให้มีการเลือกตั้งขึ้นในกัมพูชาเมื่อปีพ.ศ.2498

          เจ้านโรดม สีหนุ ได้ครองราชสมบัติก่อนจะได้รับเอกราชสมบูรณ์จากฝรั่งเศสนับตั้งแต่ปีพ.ศ.2484 และได้สละราชสมบัติเพื่อเข้าสู่สนามการเมือง ผลของการเลือกตั้งเมื่อปีพ.ศ.2498 พรรคการเมืองของเจ้านโรดม สีหนุ ได้รับคะแนนเสียงข้างมากและได้จัดตั้งรัฐบาล

          รัฐบาลของเจ้านโรดม สีหนุ ประกาศนโยบายเป็นกลาง แต่ข้อเท็จจริงคือ ต่อต้านไทยและเวียดนามใต้ ในขณะที่เป็นมิตรกับจีนและสนับสนุนเวียดนามเหนือ กัมพูชาในยุคนี้มีข้อขัดแย้งกับไทยเรื่องปราสาทเขาพระวิหารและการกวาดล้างคนไทยในจังหวัดเกาะกง

7.สาธารณรัฐเขมรและสงครามการเมือง (พ.ศ.2513-2518)

          ตามประวัติกัมพูชานช่วงนี้ รัฐบาลของเจ้าสีหนุได้ปกครองประเทศเขมรไปจนถึงพ.ศ.2513 ก็ถูกรัฐประหารโดยนายพล ลน นล และจัดตั้งระบอบสาธารณรัฐขึ้นแทน เจ้าสีหนุต้องลี้ภัยการเมืองไปจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นอยู่ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน

            รัฐบาลนายพล ลน นล เป็นรัฐบาลที่มีอเมริกาหนุนหลัง หลังจากนั้นได้เกิดสงครามกลางเมืองระหว่างรัฐบาลนายพล ลน นล และเวียดนามใต้ฝ่ายหนึ่ง กับพรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชาหรือเขมรแดง และเวียดนามเหนือ อีกฝ่ายหนึ่ง การสู้รบได้ดำเนินไป 5 ปี จนกระทั่งปีพ.ศ.2518 รัฐบาลสาธารณรัฐของลน นล เป็นฝ่ายแพ้ เขมรแดงได้ประกาศจัดตั้งกัมพูชาประชาธิปไตยขึ้นปกครองประเทศ

            สงครามกลางเมืองดังกล่าว ได้นำไปสู่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวกัมพูชาครั้งใหญ่

8.กัมพูชาประชาธิปไตยและเขมรแดง (พ.ศ.2518-2522)

          หลังจากได้โค่นล้มรัฐบาลสาธารณรัฐของนายพล ลน นล สำเร็จเมื่อปีพ.ศ.2518 เขมรแดงได้เข้าปกครองประเทศในรูปแบบรัฐคอมมิวนิสต์ เรียกชื่อว่า กัมพูชาประชาธิปไตยระหว่างปีพ.ศ.2518-2522 เป็นระยะเวลา 5 ปี โดยมีพล พต เป็นผู้นำสูงสุด

            อย่างไรก็ดี เมื่อปีพ.ศ.2522 กองกำลังพรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชาภายใต้การนำของ เฮง สัมริน และกองทัพเวียดนามได้เข้าโค่นล้มรัฐบาลกัมพูชาประชาธิปไตยได้สำเร็จ และได้จัดตั้ง สาธารณรัฐประชาชนกัมพูชาขึ้นมาแทน ส่วนกองทัพเขมรแดงได้ถอยร่นออกไปตั้งมั่นในทางภาคเหนือของประเทศ และยังคงจัดรูปแบบการปกครองตามระบบของกัมพูชาประชาธิปไตยเดิมต่อไป

9.สาธารณรัฐประชาชนกัมพูชา

          สาธารณรัฐประชาชนกัมพูชา (People’s Republic of Kampuchea) เป็นรัฐที่จัดตั้งขึ้นโดยแนวร่วมสามัคคีประชาชาติกู้ชาติกัมพูชา ซึ่งเป็นกลุ่มของกัมพูชาฝ่ายซ้ายที่อยู่ตรงกันข้ามกับกลุ่มเขมรแดง ได้ร่วมมือกันล้มล้างรัฐบาลกัมพูชาประชาธิปไตยหรือเขมรแดง โดยจับมือกับกองทัพเวียดนาม ภายใต้การสนับสนุนของสหภาพโซเวียต  ทำให้กัมพูชาในช่วงนี้ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของเวียดนาม             อย่างไรก็ดี หลังปีพ.ศ.2523 ได้เกิดสงครามกลางเมืองระหว่าง กองทัพประชาชนปฏิวัติกัมพูชาของรัฐบาล กับแนวร่วมเขมรสามฝ่ายซึ่งถือเป็นรัฐบาลพลัดถิ่น ประกอบด้วย พรรคฟุนซินเปกของพระนโรดมสีหนุ พรรคกัมพูชาประชาธิปไตยหรือเขมรแดง และแนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติประชาชนเขมร จนกระทั่งได้มีการเจรจาสันติภาพตั้งแต่ปีพ.ศ.2532 และนำไปสู่การประชุมสันติภาพที่กรุงปารีสเพื่อสงบศึกเมื่อปีพ.ศ.2534 และได้ข้อยุติว่า ให้มีการเลือกตั้งโดยองค์การสหประชาชาติ ในปีพ.ศ.2536

10.การฟื้นฟูสถาบันกษัตริย์ขึ้นมาใหม่

          หลังจากได้มีการเลือกตั้งปีพ.ศ.2536 เจ้านโรดม สีหนุ ได้กลับมาเป็นกษัตริย์อีกครั้งหนึ่ง โดยมีการจัดตั้งรัฐบาลผสม  แต่เมื่อปีพ.ศ.2540 ได้เกิดการรัฐประหารโดยนายกรัฐมนตรีฮุนเซน ร่วมกับพรรคที่มิใช่คอมมิวนิสต์ในรัฐบาล และได้มีการเลือกตั่งทั่วไปเมื่อปีพ.ศ.2540

          หลังจากนั้นการเมืองของเขมรก็มีเสถียรภาพตลอดมา เพราะมีพรรคการเมืองใหญ่สองพรรคร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล คือ พรรคประชาชนกัมพูชา ของสมเด็จฮุนเซน และพรรคฟุนซินเปกของสมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์

11.สรุป

            ประวัติศาสตร์กัมพูชา นับว่า เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีประวัติศาสตร์ในส่วนที่เกี่ยวข้องประวัติศาสตร์ไม่น้อย

            หากจะกล่าวอย่างรวบรัด ประวัติศาสตร์กัมพูชา น่าจะนับเริ่มได้อย่างเป็นรูปธรรมคือยุคที่เป็นจักรวรรดิเขมรหรืออาณาจักรขอม ระหว่างปีพ.ศ.1345-1947 (ค.ศ.802-1431) รวมเป็นระยะเวลามากกว่า 600 ปี

            จักรวรรดิเขมรหรืออาณาจักรขอมได้เริ่มเสื่อมอำนาจลงในช่วงที่มีการสถาปนาอาณาจักรสุโขทัยขึ้นมา หลังจากนั้นจึงได้มีการสถาปนาอาณาจักรกรุงศรีอยุธยาขึ้นมาคู่กับอาณาจักรสุโขทัย

            การสถาปนาอาณาจักรกรุงศรีอยุธยาได้นำไปสู่ความเสื่อมของจักรวรรดิเขมรโดยตรง เพราะพระเจ้าอู่ทององค์ปฐมกษัตริย์ของกรุงศรีอยุธยาได้ส่งกองทัพไปยึดเมืองพระนครซึ่งเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรขอมไว้อำนาจได้เมื่อปีพ.ศ.1896 หลังจากนั้น เขมรก็ตกเป็นประเทศราชของไทยเรื่อยมาก่อนที่จะตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส

            เขมรได้รับเอกราชจากฝรั่งเศสภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง เมื่อปีพ.ศ.2497 หลังจากนั้นเขมรได้เข้าสู่ยุคของความวุ่นวายทางการเมืองและสงครามกลางเมืองมาโดยตลอด ได้แก่ ยุคสาธารณรัฐและสงครามกลางเมือง ยุคกัมพูชาประชาธิปไตยและเขมรแดง ยุคสาธารณรัฐประชาชนกัมพูชา และยุคการฟื้นฟูสถาบันกษัตริย์ขึ้นมาใหม่ในปัจจุบัน

            สำหรับความคิดเห็นเพิ่มเติม กรุณาติดตามได้ในหัวข้อ ถาม-ตอบสนุก กับดร.ชา ท้ายบทความนี้

ถาม-ตอบ สนุกกับดร.ชา 369

            ถาม-ตอบ สนุกกับดร.ชา 369 เป็นขยายความเนื้อหาบางส่วนของบทความให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นข้อมูลหรือข้อเท็จจริง หรือความคิดเห็นเพิ่มเติมในบางประเด็น

            ถาม-ทำไมประวัติศาสตร์เขมร ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านของไทย จึงน่าสนใจเป็นพิเศษ

            ตอบ-เพราะประวัติศาสตร์เขมรมีความสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์อย่างใกล้ชิด นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

            ถาม-ในยุคสุโขทัย ประวัติศาสตร์เขมรเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ไทยอย่างไร

            ตอบ- เดิมดินแดนที่เรียกว่าประเทศไทยทุกวันนี้ เคยเป็นดินแดนที่อยู่ในอำนาจของจักรวรรดิเขมรหรืออาณาจักรขอมมาก่อน จนกระทั่งในยุคของพระเจ้าวรมันที่ 8 (พ.ศ.1786-1838) ได้เสื่อมอำนาจลง ทำให้ประเทศราชแข็งข้อ กล่าวคือพ่อขุนผาเมืองเจ้าเมืองราดและพ่อขุนบางกลางหาวได้แข็งเมืองจากขอมสบาดโขลญเป็นผลสำเร็จ ประกาศสถาปนาอาณาจักรสุโขทัยขึ้นมาเมื่อปีพ.ศ. 1782 และได้ถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา เมื่อปีพ.ศ.1981 รวมระยะเวลาของการเป็นอาณาจักรได้ 199 ปี

          ถาม- หลังจากได้สถาปนากรุงศรีอยุธยาขึ้นมาแล้ว ได้ส่งผลกระทบต่ออาณาจักรขอมอย่างไร

            ดร.ชา- อาณาจักรกรุงศรีอยุธยาได้สถาปนาขึ้นเมื่อปีพ.ศ.1893 ได้มีความเจริญรุ่งเรืองขึ้นไปตามลำดับ ก่อนที่จะล่มสลายลงเมื่อปีพ.ศ.2310 รวมระยะเวลาเป็นอาณาจักร 417 ปี

            ในรัชสมัยพระเจ้าอู่ทอง องค์ปฐมกษัตริย์ของกรุงศรีอยุธยา ได้ยกกองทัพได้ตีเขมรไว้ในอำนาจ เมื่อปีพ.ศ.1896 หลังจากนั้นเขมรได้ตกอยู่ภายใต้อำนาจของไทยตลอดมา จนกระทั่งถึงยุคที่ชาติมหาอำนาจตะวันตกโดยเฉพาะอย่างยิ่ง อังกฤษและฝรั่งเศส ได้ออกล่าอาณานิคมไปทั่วโลก ดังนั้น เมื่อปีพ.ศ.2410 ซึ่งเป็นเวลาที่ฝรั่งเศสได้เวียดนามไว้ในอำนาจแล้ว ไทยจึงจำต้องยอมเสียเขมรให้แก่ฝรั่งเศส ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เพื่อแลกกับการรักษาอธิปไตยของสยามไว้

            ถาม-แสดงว่าหลังจากเขมรได้ตกเป็นประเทศราชของไทยเมื่อปีพ.ศ.1896 แล้ว ก่อนจะสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 เขมรก็ยังไมได้รับเอกราชอีกเลยใช่ไหม

            ดร.ชา- ใช่แล้ว รวมเป็นระยะเวลาที่เขมรต้องตกเป็นประเทศราชของไทยยาวนานร่วม 514 ปีทีเดียว  แต่ก็มีบางช่วงที่เขมรได้ประกาศแข็งข้อ ไทยก็ได้ยกกองทัพไปปราบจนราบคาบทุกครั้ง

            ถาม- หลังจากเขมรได้รับเอกราชจากฝรั่งเศสโดยสมบูรณ์เมื่อปีพ.ศ.2497 แล้ว ทำไมบ้านเมืองเขมรจึงยังหาความสงบไม่ได้

            ดร.ชา-พอเขมรได้รับเอกราช เจ้านโรดม สีหนุ ได้เป็นกษัตริย์ปกครองเขมร แต่พอมีการเลือกตั้งเมื่อปีพ.ศ.2498 เจ้าสีหนุ ได้สละราชสมบัติเข้าสู่สนามการเมือง พรรคการเมืองของพระองค์ชนะการเลือกตั้งได้บริหารประเทศ จนกระทั่งปีพ.ศ.2513 ได้ถูกนายพล ลน นล  ทำการรัฐประหาร และเปลี่ยนแปลงการปกครองไปสู่ระบอบสาธารณรัฐ

            ในช่วงนี้ เขมรแดงและรัฐบาลนายพล ลน นล ได้ทำสงครามกลางเมืองแย่งชิงอำนาจรัฐเป็นเวลา 5 ปี ในที่สุดเขมรแดงเป็นฝ่ายชนะ และได้จัดตั้งรัฐในรูปแบบของคอมมิวนิสต์

            ถาม- เมื่อเขมรแดงได้อำนาจปกครองเขมรเมื่อปีพ.ศ.2522 แล้ว ทำไมเขมรแดงจึงอยู่ในอำนาจนานไม่ได้

            ดร.ชา- ในช่วงทำสงครามกลางเมือง ระหว่างปีพ.ศ.2513-2522 เขมรแดงได้ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อย่างโหดร้ายทารุณระหว่างปีพ.ศ. 2518-2522  ทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 1.5-2 ล้านคน หรือคิดเป็นจำนวน 1 ใน 4 ของจำนวนประชากรเขมรเมื่อปีพ.ศ.2518 นับเป็นสงครามล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่ร้ายแรงครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ

            ด้วยความโหดร้ายทารุณดังกล่าว จึงทำให้ฝ่ายตรงข้ามเขมรแดง ต้องการล้มล้างการปกครองของเขมรแดง

            ถาม- ใครคือผู้ที่ล้มล้างการปกครองของเขมรแดงลงสำเร็จ

            ดร.ชา-แนวร่วมสามัคคีประชาชาติกู้ชาติกัมพูชาได้จับมือกับกองทัพเวียดนาม ภายใต้การสนับสนุนของสหภาพโซเวียต เป็นผู้ล้มล้างการปกครองอันโหดร้ายของเขมรแดงเมื่อปีพ.ศ.2523  และจัดตั้งสาธารณรัฐประชาชนกัมพูชาขึ้นมา

            อย่างไรก็ดี หลังปีพ.ศ.2523 ได้เกิดสงครามกลางเมืองระหว่าง กองทัพประชาชนปฏิวัติกัมพูชาของรัฐบาล กับแนวร่วมเขมรสามฝ่ายซึ่งถือเป็นรัฐบาลพลัดถิ่น ประกอบด้วย พรรคฟุนซินเปกของเจ้านโรดม สีหนุ พรรคกัมพูชาประชาธิปไตยหรือเขมรแดง และแนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติประชาชนเขมร จนกระทั่งได้มีการเจรจาสันติภาพตั้งแต่ปีพ.ศ.2532 และนำไปสู่การประชุมสันติภาพที่กรุงปารีสเพื่อสงบศึกเมื่อปีพ.ศ.2534 และได้ข้อยุติว่า ให้มีการเลือกตั้งโดยองค์การสหประชาชาติ ในปีพ.ศ.2536

          ถาม- สมเด็จฮุนเซนได้เข้ามีอำนาจในการปกครองกัมพูชามาตั้งแต่เมื่อใด

          ดร.ชา- สมเด็จฮุนเซนได้เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีมาตั้งแต่ยุคสาธารณรัฐประชาชนกัมพูชา เมื่อปีพ.ศ.2528 จนกระทั่งถึงยุคราชอาณาจักรกัมพูชาในปัจจุบันนี้ โดยได้เป็นนายกรัฐมนตรีครั้งแรกเมื่อมีอายุได้เพียง 33 ปีเท่านั้น นับระยะเวลาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 36 ปี

            สมเด็จฮุนเซน เป็นหัวหน้าพรรคประชาชนกัมพูชา

            ถาม-เขมรกลับมาใช้ระบบราชอาณาจักรอีกเมื่อใด

            ดร.ชา- เจ้านโรดม สีหนุ ได้ดำรงตำแหน่งกษัตริย์กัมพูชา ก่อนที่จะได้รับเอกราชโดยสมบูรณ์จากฝรั่งเศส เมื่อปีพ.ศ.2484 และได้สละราชสมบัติเพื่อเข้าสู่สนามการเมืองเมื่อปีพ.ศ.2498 โดยมีพระราชบิดาดำรงตำแหน่งกษัตริย์แทน

            จนกระทั่งปีพ.ศ.2513 นายพล ลน นล ได้ทำการปฏิวัติรัฐประหารยึดอำนาจและเปลี่ยนระบอบการปกครองประเทศเป็นสาธารณรัฐ ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นระบอบราชอาณาจักรอีกครั้งหนึ่งเมื่อปีพ.ศ.2536 โดยสมเด็จเจ้านโรดม สีหนุ ได้กลับมาเสวยราชสมบัติเป็นครั้งที่ 2

แหล่งอ้างอิง

          วิกิพีเดีย,ประเทศกัมพูชา, เข้าถึงเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2564.

          วิกิพีเดีย, ยุคมืดของกัมพูชา, เข้าถึงเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2564.

                

Dr.Char

Mr.Chartri DireksriMr.Chartri Direksriดร.ชาตรี ดิเรกศรี (Dr.Chartri Direksri) เคยรับราชการเป็นนักปกครองในตำแหน่งปลัดอำเภอตรี เมื่อปีพ.ศ.2517 ผ่านการดำรงตำแหน่งนายอำเภอหลายอำเภอ เป็นปลัดจังหวัด และเกษียณอายุราชการในตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด เมื่อปีพ.ศ.2554 นอกจากนี้ยังเคยเป็นอาจารย์ผู้บรรยายพิเศษ หลักสูตรปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นเวลา 9 ปี

RELATED ARTICLES

หมอ พยายาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อรักษาคนติดเชื้อโรคโควิด-19

การบริหารในสถานการณ์ฉุกเฉินกรณีโรคโควิด-19: ความรุนแรงของสถานการณ์ และแนวคิดในการแก้ปัญหา(1)

68 / 100 Powered by Rank Math SEO การมองการบริหารในสถานการณ์ฉุกเฉินกรณรีโรคโควิด-19 ด้วยประสบการณ์การบริหารเพื่อแก้ปัญหาโรคไข้หวัดนก ปีพ.ศ.2547  (1) อาจมองได้หลายมิติ ในตอนแรกนี้ จะขอกล่าวถึงมิติด้านความรุนแรงของสถานการณ์ และแนวคิดในการแก้ปัญหา 1.ความรุนแรงของสถานการณ์โรคโควิด-19 ระบาด อาจมองความรุนแรงของสถานการณ์โรควิด-19 ได้เป็น 2 ระดับโลก และความรุนแรงของสถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศไทย             1.1ความรุนแรงของสถานการณ์โรคโควิด-19 ระดับโลก           ความรุนแรงของสถานการณ์โรคโควิด-19 (Covid-19) หรือโรคไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ถือได้ว่า เป็นโรคระบาดจากคนไปสู่คนและแพร่กระจายไปทั่วโลก โดยเริ่มต้นจากประเทศจีนไปสู่อีกหลายประเทศอย่างรวดเร็วทั้งในเอเชีย ยุโรป และอเมริกา มียอดผู้ติดเชื้อ และยอดผู้เสียชีวิตจากโรคดังกล่าวเพิ่มขึ้นทุกวัน จนไม่อาจจะพยากรณ์ได้ว่า จะจบลงเมื่อใดและอย่างไร                    เพราะแม้แต่ประเทศมหาอำนาจอันดับหนึ่งชองโลกอย่างสหรัฐอเมริกาก็ยังไม่อาจยับยั้งหรือแก้ปัญหาดังกล่าวได้ในขณะนี้ ตรงกันข้าม…

การ ปล่อย วาง จะนำมาซึ่งการคลายทุกข์(15) (New***) 6

การ ปล่อย วาง จะนำมาซึ่งการคลายทุกข์(15) (New***)

81 / 100 Powered by Rank Math SEO “การ ปล่อย วาง จะนำมาซึ่งการคลายทุกข์ ” นับเป็นบทความลำดับที่ 15 ของหมวด 7 เรื่องเล่า ประสบการณ์ ปฏิบัติธรรม เพื่อคลายทุกข์ เนื้อหาประกอบด้วย ความนำ การ ปล่อย วาง  คืออะไร ความทุกข์ใจเข้ามาทางช่องใดบ้าง การเจริญสมาธิและสติเพื่อการ ปล่อย วาง  คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเรื่องนายกฯ 8 ปี  สรุป ถาม-ตอบสนุก กับดร.ชา 369 1.ความนำ           ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาปีที่แล้ว ผมได้เขียนบทความหมวด 7 เรื่องเล่า ประสบการณ์ ปฏิบัติธรรม…

นายกรัฐมนตรี มีผู้รักษาราชการแทน เพื่อประโยชน์อันใด (9) 7

นายกรัฐมนตรี มีผู้รักษาราชการแทน เพื่อประโยชน์อันใด (9)

81 / 100 Powered by Rank Math SEO นายกรัฐมนตรี มีผู้รักษาราชการแทน เพื่อประโยชน์อันใด เป็นบทความลำดับที่ 9 ของหมวด 5 เหตุการณ์ปัจจุบันที่น่าสนใจ  มีหัวข้อดังนี้ คือ ความนำ แนวคิดเบื้องต้นในการบริหารราชการแผ่นดิน นายกฯ คือ ใคร และมีความสำคัญอย่างไร  ทำไมต้องมีผู้รักษาราชการแทน การปฏิบัติราชการแทนนายกฯ ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ การรักษาราชการแทนนายกฯ คำสั่งแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนนายกฯ วิเคราะห์แนวโน้มการใช้อำนาจของผู้รักษาราชการแทน นายกฯ สรุป ถาม-ตอบ สนุก กับดร.ชา 369 1.ความนำ           ในขณะนี้ข่าวสารการเมืองของประเทศไทยที่กำลังเป็นที่สนใจของคนไทยทั่วประเทศ คงไม่มีข่าวใดน่าสนใจเท่ากับข่าวศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้รับเรื่องวาระดำรงตำแหน่งครบ 8 ปีของนายกฯ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา…

10 COMMENTS

  1. สมเด็จฮุนเซนได้ปกครองประเทศมาเป็นระยะเวลายาวนาน แต่ทำไมกัมพูชายังเป็นประเทศที่ยากจน หนูเคยดูในยูทูป ประชาชนไม่มีสิทธิออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยเหมือนในประเทศไทย
    ในมุมมองของอาจารย์มีความคิดเห็นอย่างไรคะ เกี่ยวกับ ระบอบการปกครองของกัมพูชา
    ขอบคุณค่ะ

    1. เขาก็เจริญกว่าเดิมไม่ใช่หรือ แต่ส่วนหนึ่งเป็นเพราะบ้านเมืองเขาเพิ่งสงบมาหลังปีพ.ศ. 2536 การพัฒนาจึงค่อยทำได้จริงจัง

  2. ภายหลังจากสงครามโลกครั้งที่2สิ้นสุดลง ได้มีการฟื้นฟูสถาบันกษัตริย์ขึ้นมาใหม่ ใช้กฏเกณฑ์อะไรคะ ในการคัดเลือก

  3. เพราะเหตุใดพรรคการเมืองของเจ้านโรดม สีหนุ จึงไม่ได้รับความนิยมจากประชาชน ขอบคุณค่ะ

    1. การที่พรรคใดจะได้รับความนิยมจากประชาชน หากจะตอบสั้น ๆ คือ อยู่ที่นโยบายของพรรคและการบริหารประเทศว่าถูกใจประชาชนไหม

  4. อ่านแล้วนึกภาพตาม ย้อนอดีต กว่าจะเป็นไทยได้ทุกวันนี้เคยล้มลุกคลุกคลานมาก่อน

    1. ใช่แล้ว บรรพบุรุษของเราต้องต่อสู้และเสียเลือดเนื้อเป็นอันมากเพื่อรักษาผืนแผ่นดินไทยไว้ให้ลูกหลาน

  5. ทำไมอาณาจักรฟูนันจึงมีการล่มสลาย ทั้งที่มีความเจริญ มีสาเหตุจากอะไรคะ

    1. ทุกอาณาจักรหนีไม่พ้นความเจริญและความเสื่อม เมื่อเจริญถึงจุดสูงสุดแล้ว ก็จะค่อย ๆ เสื่อมลง แต่จะฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ได้หรือไม่ คงต้องดูเป็นแห่ง ๆ ไป นี่ว่าตามหลักธรรม
      ทั้งนี้เพราะผู้มีอำนาจปกครองอาณาจักรคือ กษัตริย์ ซึ่งมีความรู้ความสามารถแตกต่างกันไป
      หากยุคใดได้กษัตริย์เก่งมีคุณธรรม บ้านเมืองก็เจริญ ในทางตรงข้าม ยุคใดได้กษัตริย์ไม่เก่ง ขาดทศพิธราชธรรม อาจพาบ้านเมืองล่มจมได้ เหมือนอย่างพระเจ้าเอกทัศน์กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งกรุงศรีอยุธยา

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Share on Social Media
%d bloggers like this: