91 / 100

“ฮ่องกง เขตการปกครองพิเศษของจีน” เป็นบทความลำดับที่ 13 ของหมวด 14 เรื่องเล่า ประเทศเอเชียตะวันออก  โดยจะกล่าวถึง ความนำ  ตำแหน่งที่ตั้งของฮ่องกง ประวัติความเป็นมาโดยย่อ ประชากร สถานะและความสำคัญในปัจจุบัน รูปแบบการปกครองในยุคอาณานิคม รูปแบบการปกครองหลังจากเป็นเขตการปกครองพิเศษของจีน  ความเจริญในยุคเป็นอาณานิคม วิกฤตภายหลังพ้นยุคอาณานิคมใหม่ ๆ ความเจริญในยุคเป็นเขตการปกครองพิเศษ สรุป ถาม-ตอบสนุกกับดร.ชา 369

          “ฮ่องกง นับเป็นดินแดนหนึ่งในสี่เสือแห่งเอเชีย(Four Asian Tigers) :ซึ่งรวมถึง สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และไต้หวัน ซึ่งมีอัตราการพัฒนาเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องมากกว่าร้อยละ 7 ต่อปี และมีการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็วระหว่าง ค.ศ.1960-1990

             จนกระทั่งในศตวรรษที่ 21 ทั้งสี่ดินแดนได้กลายเป็นดินแดนที่ได้พัฒนาไปสู่เศรษฐกิจที่ก้าวหน้าและมีรายได้สูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีขีดความสามารถแข่งขันสูง และได้กลายเป็นโมเดลของประเทศที่กำลังพัฒนาทั้งหลาย”

1.ความนำ   

ในบทนำของหมวด14 เรื่องเล่า ประเทศเอเชียตะวันออก ได้กล่าวมาแล้วว่า สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นประเทศหนึ่งในเอชียตะวันออก มีดินแดนปกครองตนเอง จำนวน 2 แห่ง คือ

          ฮ่องกง (Hong Kong) มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า เขตปกครองพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (Hong Kong Special Administrative Region of the People’s Republic of China)

          มาเก๊า (Macau) มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า เขตปกครองพิเศษมาเก๊าแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (Macau Special Administrative Region of the People’s Republic of China)

            ในบทความนี้จะขอนำมาเล่าเฉพาะเรื่องฮ่องกง หรือเชียงก่าง

             มีน้อยคนที่จะไม่รู้จักหรือไม่เคยได้ยินชื่อของเขตปกครองพิเศษนี้ ของจีน ในฐานะที่เป็นดินแดนที่ความเจริญก้าวหน้าและสวยงามจนได้รับฉายาว่า ไข่มุกแห่งเอเชีย เชื่อว่าหลายคนคงเคยไปเที่ยวเขตปกครองพิเศษนี้มาแล้ว และหลายคนอาจจะเคยไปมาแล้วหลายครั้ง ดังนั้น ในบทความนี้จีงอยากจะนำเสนอเรื่องราวของเขตปกครองพิเศษแห่งนี้ให้ท่านได้ทราบกันในแง่มุมต่าง ๆ

          เซียงก่าง มีฐานะเป็นเขตการปกครองพิเศษของสาธารณรัฐประชาชนจีน (Special Administrative Region of the People’s Republic of China) ได้ชื่อว่า เป็นเขตการปกครองตนเอง ที่มีประชากรหนาแน่นมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีการพัฒนามากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และมีราคาอสังหาริมทรัพย์ที่แพงที่สุดแห่งหนึ่งโลก  ยิ่งกว่านั้น ยังเป็นเมืองที่มีตึกระฟ้ามากที่สุดในโลก

            เชียงก่าง มีระบบการปกครองและระบบเศรษฐกิจแยกออกมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ ภายใต้หลักการ หนึ่งประเทศ สองระบบ (one country, two systems)

2.ตำแหน่งที่ตั้งของฮ่องกง

ทัศนียภาพคาบสมุทรเกาลูน (Wikipedia, Hong Kong, 14th August 2023)

 ทัศนียภาพคาบสมุทรเกาลูน (Wikipedia, Hong Kong, 14th August 2023)

        เชียงก่าง ตั้งอยู่ชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศจีน อยู่ทางทิศตะวันออกของมาเก๊า ระยะห่าง 60 กิโลเมตร  มีเนื้อที่ 1,110.18 ตร.กม. ประกอบด้วย

            2.1 เกาะฮ่องกง (Hong Kong Island)

          2.2 คาบสมุทรเกาลูน (Kowloon Peninsula)

          2.3 ดินแดนใหม่ (New Territories) ซึ่งอยู่ติดกับชายแดนจีน

          2.4 เกาะลันเตา (Lantau Island)

          2.5 เกาะอื่น ๆ มากกว่า 200 เกาะ

3.ประวัติความเป็นมา

        อาจจะแบ่งประวัติความเป็นมาของเขตปกครองตนเองนี้ ออกได้ 3 ยุค คือ

            3.1 ยุคก่อนจะตกเป็นอาณานิคมของจักรวรรดิอังกฤษ (214 ก่อนคริสตกาลค.ศ.1841)

                    จีนยุคราชวงศ์ฉิน (Qin Dynasty) ได้ผนวกเอาเชียงก่าง เข้าเป็นส่วนหนึ่งจองจีน เมื่อ 214 ปีก่อนคริสตกาล หลังจากนั้น ก็ได้อยู่ภายใต้การปกครองของจีนเรื่อยมาจนกระทั่งถึงยุคราชวงศ์ชิง ซึ่งเป็นราชวงศ์สุดท้ายของจีน เชียงก่างจึงได้ตกอยู่ภายใต้การยึดครองของจักรวรรดิอังกฤษ เมื่อวันที่ 26 มกราคม 1841

          3.2 ยุคตกเป็นอาณานิคมของจักรวรรดิอังกฤษ (1841-1997)

                   เชียงก่าง ได้ตกเป็นอาณานิคมของจักรวรรดิอังกฤษ อันเป็นผลมาจากสงครามฝิ่นครั้งที่หนึ่ง (1839-1842) ซึ่งเป็นสงครามระหว่างราชวงศ์ชิงกับจักรวรรดิอังกฤษ โดยมีเป้าหมายในการรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากการค้าในจีน

                  สงครามได้สิ้นสุดลงด้วยชนะของจักรวรรดิอังกฤษ ซึ่งได้นำไปสู่การทำสนธิสัญญานานกิง เมื่อปีค.ศ.1842 โดยจีนต้องยอมจ่ายค่าชดเชยให้จักรวรรดิอังกฤษ ต้องเปิดเมืองท่าตามสนธิสัญญาห้าแห่ง และต้องยอมยกเกาะฮ่องกงให้จักรวรรดิอังกฤษ นอกจากนี้ยังจะต้องยุติระบบผูกขาดการค้าในกวางโจว

                   ต่อมาได้เกิดสงครามฝิ่นครั้งที่สอง (1856-1860) ซึ่งเป็นสงครามระหว่างจักรวรรดิอังกฤษ ร่วมกับจักรวรรดิฝรั่งเศส กับราชวงศ์ชิง เพื่อสิทธิ์ในการนำเข้าฝิ่นสู่จีน ผลปรากฏว่า ราชวงศ์ชิงเป็นฝ่ายแพ้ จำต้องยอมให้การค้าฝิ่นเป็นสิ่งถูกต้องตามกฎหมาย และยิ่งกว่านั้น จีนยังต้องทำอนุสัญญาปักกิ่งยอมยกคาบสมุทรเกาลูนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเชียงก่างให้จักรวรรดิอังกฤษ

            อย่างไรก็ดีได้มีการเจรจาทำสนธิสัญญาขึ้นใหม่ เมื่อปีค.ศ.1898 จีนยอมให้สิทธิ์จักรวรรดิอังกฤษเช่าเชียงก่าง เป็นเวลา 99 ปี จนกระทั่งปีค.ศ.1997 สหราชอาณาจักรได้ส่งคืนเชียงก่างแก่จีนหลังจากสนธิสัญญาเช่าได้สิ้นสุดลง  โดยจีนให้การค้ำประกันว่า จะรักษาระบบการปกครอง เสรีภาพ และวิถีชีวิต เป็นเวลาอย่างน้อย 50 ปี

            3.3 ยุคกลับคืนเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของจีน (1997-ปัจจุบัน)

                   หลังจากสหราชอาณาจักรได้ยินยอมคืนเชียงก่างให้กับจีน เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 1997 ทำให้เชียงก่าง กลับคืนเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของจีนนับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ในฐานะเป็นเขตการปกครองพิเศษภายใต้หลักการ หนึ่งประเทศ สองระบบ

4.ประชากร

        จำนวนประชากรของเขตการปกครองตนเองนี้ เมื่อปีค.ศ.2022 มีจำนวนประมาณ 7,333,200 คน คิดเป็นความหนาแน่นของประชากรราว 6,801 คนต่อหนึ่งตารามกิโลเมตร แยกออกตามเชื้อชาติ ดังนี้

          เชื้อชาติจีน ร้อยละ 91.6

          เชื้อชาติฟิลิปปินส์ ร้อยละ 2.7

          เชื้อชาติอินโดนีเซีย ร้อยละ 1.9

          ส่วนที่เหลือ เป็นเชื้อชาติอื่น ๆ

5. สถานะและความสำคัญในปัจจุบัน

ภาพ ทางเข้าอุโมงค์ข้ามฮ่องกงไปฝั่งเกาลูน (Wikipedia, Hong Kong, 14th August 2023)

ภาพ ทาางเข้าอุโมงค์ข้ามฮ่องกงไปฝั่งเกาลูน (Wikipedia, Hong Kong, 14th August 2023)

          ในปัจจุบัน เขตการปกครองพิเศษหรือเขตปกครองตนเองนี้ มีสถานะและความสำคัญ ดังนี้   

          5.1 เป็นศูนย์กลางทางการเงินแที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยติดอันดับหนึ่งในสี่ของโลก

            5.2 ติอดันอันดับท่าเรือสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเป็นท่าเรือที่ส่งสินค้าออกใหญ่เป็นอันดับ 9 ของโลก และเป็นท่าเรือที่มีนำสินค้าเข้าเป็นอันดับสี่ 8 ของโลก

            5.3 เงินดอลลาร์ฮ่องกง เป็นสกุลการเงินที่มีผู้ใช้ในการค้าขายมากที่สุด เป็นอันดับ 8 ของโลก

            5.4 เป็นเมืองที่มีจำนวนมหาเศรษฐีพันล้าน (billionaires) มากเป็นอันดับ 2 ของโลก

            5.5 เป็นเมืองที่มีตึกระฟ้ามากที่สุดในโลก

            5.5 เป็นดินแดนที่มีการพัฒนามนุษย์เป็นอย่างสูง โดยมีดัชนีการพัฒนามนุษย์สูงเป็นอันดับ 4 ของโลก ด้วยคะแนน 0.952 และมีอัตราการฆ่าตัวตายต่ำมาก รวมทั้งมีอายุขัยเฉลี่ย  (life expectancy) สูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก

            5.6 เป็นเมืองที่มีอัตราระบบการขนส่งสาธารณะสูงถึงร้อยละ 90

6. รูปแบบการปกครองยุคอาณานิคม

          ในยุคตกเป็นอาณานิคมของจักรวรรดิอังกฤษ พระมหากษัตริย์สหราชอาณาจักร เป็นผู้แต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ไปปกครองดินแดนอาณานิคมแห่งนี้ต่างพระเนตรกระกรรณ  อำนาจในการบริหารรวมศูนย์อยู่ที่ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ โดยเป็นผู้แต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติและสภา ผู้บริหารเกือบทั้งหมด และยังดำรงตำแหน่งประธานของทั้งสององค์กรด้วย รัฐบาลสหราชอาณาจักรดูแลการปกครองดินแดนอาณานิคมนี้ผ่านทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

            อย่างไรก็ดี ในช่วงปลายของการปกครองดินแดนอาณานิคมแห่งนี้ ได้มีการปฏิรูปการปกครองโดยให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการปกครองมากขึ้น กล่าวคือ ได้จัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาทางอ้อมในเขตเลือกตั้งตามกลุ่มผลประโยชน์ของอาชีพ (functional constituency) เมื่อปีค.ศ.1985 จนกระทั่งปีค.ศ.1991 ได้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาตามเขตเลือกตั้ง ทำให้สภานิติบัญญัติมีผู้แทนที่หลากหลาย         

                                                          ภาพ คริส แพทเทน (Chris Patten)ผู้สำเร็จราชการอ่องกงคนสุดท้าย (1992-1997) (Wikipedia, British Hong,14th August 2023)                                                               

คริส แพทเทน ผู้สำเร็จราชการฮ่องกงคนสุดท้าย
(Wikipedia, British Hong Kong, 14th  August 2023)

ในด้านการบริหารนั้นนำโดยเลขาธิการแห่งรัฐอาณานิคมหรือรัฐมนตรีอาวุโสด้านการบริหารในเวลาต่อมา ซึ่งเป็นรองผู้สำเร็จราชการโดยตำแหน่ง

            ด้านตุลาการ ระบบตุลาการอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายอังกฤษ โดยกฎหมายจารีตประเพณีจีนมีบทบาทรองในคดีแพ่งที่เกี่ยวข้องกับชาวจีน ศาลฎีกาฮ่องกงเป็นศาลสูงสุด ทำหน้าที่ตัดสินคดีแพ่งและคดีอาญาทั้งหมดในอาณานิคม

7. รูปแบบการปกครองหลังจากเป็นเขตการปกครองพิเศษของจีน

ภาพ กฎหมายพื้นฐานของฮ่องกง (Hong Kong Basic Law)

กฎหมายพื้นฐานของฮ่องกง (Wikipedia, Hong Kong Basic Law, 14th August 2023)

          สหราชอาณาจักรได้ยินยอมโอนอำนาจการปกครองดินแดนอาณานิคมนี้คืนให้แก่จีนเมื่อปีค.ศ.1997 โดยจีนให้การรับประกันว่า จะให้เขตปกครองพิเศษนี้เป็นเขตปกครองตนเอง สามารถมีระบบการเมืองและระบบเศรษฐกิจต่อไปตามเดิมเป็นเวลา 50 ปี จนกระทั่งปีค.ศ. 2047

          รูปแบบการปกครองหลังจากเป็นเขตการปกครองพิเศษของจีน เป็นไปตามกฎหมายพื้นฐานฮ่องกง (Hong Kong Basic Law) ของจีน (The Basic Law of the Hong Kong Special Administrative Region) ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 1997 โดยใช้บังคับแทนรัฐธรรมนูญของอาณานิคมนี้ที่มีอยู่เดิม

          กฎหมายพื้นฐาน ถือเป็นรัฐธรรมนูญของเขตการปกครองพิเศษนี้ โดยมีเนื้อหาที่สำคัญ ดังนี้

            7.1 หลักการพื้นฐาน

                        กฎหมายพื้นฐานดังกล่าว เป็นไปตามนโยบายของจีนเกี่ยวกับ เขตการปกครองพิเศษนี้ ภายใต้หลักการ “หนึ่งประเทศ สองระบบ”(one country, two systems) หมายความว่า การปกครองในรูปแบบสังคมนิยม (socialist governance) และระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม (economic system) ที่ใช้บังคับบนจีนแผ่นดินใหญ่ จะไม่นำไปใช้บังคับบนเขตปกครองพิเศษนี้ โดยเขตปกครองพิเศษนี้ จะยังคงใช้ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมและวิถีชีวิตตามเดิมต่อไปจนกระทั่งปีค.ศ.2047

                   กฎหมายนี้ได้วางระบบกฎหมาย ความสัมพันธ์ระหว่างเขตปกครองพิเศษนี้กับรัฐบาลกลาง สิทธิขั้นพื้นฐาน หน้าที่ของประชากร และรูปแบบการปกครองตนเอง

          7.2 การปกครองตนเองภายใต้อำนาจอธิปไตยของจีน

                   7.2.1 การจัดตั้งหน่วยงานของรัฐบาลกลางบนเขตปกครองตนเอง

                        รัฐบาลกลางจีน ได้จัดตั้งหน่วยงาน 4 หน่วยงาน เพื่อควบคุมกำกับดูแลบนเขตปกครองตนเองนี้ ได้แก่

                                    – สำนักงานผู้ตรวจการของกระทรวงการต่างประเทศ

                                    – สำนักงานประสานงานงานของรัฐบาลกลาง

                                    – กองทัพปลดแอกประชาชนจีนประจำฮ่องกง

                                    – สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติด้านความปลอดภัย (Office for Safeguarding National Security)

                   7.2.2 ผลของกฎหมายแห่งชาติ

                        เนื่องจากได้รับการยกเว้นจากกฎหมายพื้นฐานและรัฐธรรมนูญของจีน กฎหมายของรัฐบาลกลางจะไม่สามารถบังคับใช้ในเขตการปกครองพิเศษนี้ ยกเว้นเป็นกฎหมายที่มีบัญชีรายชื่อไว้ในภาคผนวก ดังจะเห็นได้จากมีปัญหาการประท้วงใหญ่ในเขตการปกครองพิเศษนี้ช่วงปี 2019-2020 รัฐบาลกลางจีนได้ออกกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อบังคับใช้บนเขตการปกครองพิเศษนี้โดยตรง และรวมไว้เป็นผนวกที่ 3 ท้ายกฎหมายพื้นฐาน

                   7.2.3 กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ

                        ตามมาตรา 23 แห่งกฎหมายพื้นฐาน เขตการปกครองพิเศษนี้ต้องตรากฎหมายความมั่นคงของท้องถิ่นที่ห้ามกระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐบาลกลาง

          7.3 รูปแบบการปกครอง

                   เขตการปกครองพิเศษนี้ มีรูปแบบการปกครอง โดยแบ่งแยกอำนาจออกเป็น 3 ฝ่าย คือ

                        ฝ่ายบริหาร

                   หัวหน้าฝ่ายบริหารหรือผู้ว่าการฮ่องกง  เป็นหัวหน้าของรัฐบาลเขตการปกครองพิเศษ อยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินสองวาระ ๆ ละ 2 ปี สภาแห่งรัฐ (The State Council) ของจีน เป็นผู้มีอำนาจแต่งตั้งหัวหน้าฝ่ายบริหารตามที่คณะกรรมการเลือกตั้งเสนอชื่อขึ้นไป คณะกรรมการเลือกตั้งดังกล่าวมีจำนวน 1,200 คน ประกอบด้วยผู้นำจากภาคธุรกิจ ผู้นำชุมชน และผู้นำภาครัฐ

                        ฝ่ายนิติบัญญัติ

                   สภานิติบัญญัติของเขตการปกครองพิเศษนี้ เป็นระบบสภาเดียว มีสมาชิก 90 คน อยู่ในวาระ 4 ปี มีที่มาหลายทาง คือ

                        สมาชิกที่ได้รับเลือกตั้งโยตรงจากประชาชน จำนวน 20 คน

                        สมาชิกที่ได้รับแต่งตั้งจากรัฐบาลกลาง จำนวน 35 คน

                   สมาชิกที่ได้รับการคัดเลือกจากภาคธุรกิจภาคส่วนต่าง ๆ หรือกลุ่มผลประโยชน์ จำนวน 30 คน

                        สมาชิกที่ได้รับการเสนอชื่อด้วยวิธีการอื่น ๆ จำนวน 5 คน

                        ฝ่ายตุลาการ

                   ผู้พิพากษาได้รับแต่งตั้งจากหัวหน้าฝ่ายบริหารตามที่คณะกรรมการคัดเลือกเสนอชื่อขึ้นมา      

          7.4 กิจการต่างประเทศ

                   กฎหมายพื้นฐาน ได้จำกัดอำนาจของรัฐบาลเขตการปกครองพิเศษนี้ในการติดต่อกับต่างประเทศ  กล่าวคือ ภายใต้ชื่อ “ฮ่องกง จีน” รัฐบาลเขตการปกครองพิเศษนี้ สามารถทำข้อตกลงกับดินแดนที่ไม่ใช่จีนและองค์การระหว่างประเทศในบางด้าน ซึ่งรวมทั้ง การค้า การคมนาคม วัฒนธรรม การท่องเที่ยว และการกีฬา นอกจากนี้ยังสามารถเจรจาทางด้านการทูต และเข้าไปมีส่วนร่วมในองค์การระหว่างประเทศและการปรึกษาหารือที่มีผลกระทบโดยตรงต่อฮ่องกง

8.ความเจริญในยุคตกเป็นอาณานิคม

Hong Kong University (Wikipedia, Hong King, 14th August 2023)

Hong Kong University (Wikipedia, Hong King, 14th August  2023)

ในช่วงที่ตกเป็นอาณานิคมของสหราชอาณาจักร เป็นเวลา 156 ปี ระหว่างปีค.ศ.1842-1997 สหราชอาณาจักรได้สร้างความเจริญหลายอย่างให้แก่ดินแดนอาณานิคมแห่งนี้

            ในช่วงทศวรรษที่ 1850 ได้มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะสามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศได้เป็นจำนวนมาก

            ในด้านการศึกษา มีการจัดตั้งมหาวิทยาลัยฮ่องกง (University of Hong Kong) ขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของดินแดนอาณานิคมนี้

            ในด้านการคมนาคม ได้มีการเปิดใช้ท่าอากาศยานไค ตัก (Kai Tuk Airport) เมื่อปีค.ศ.1924

          อย่างไรก็ดี ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ดินแดนอาณานิคมนี้ได้ตกอยู่ภายใต้การยึดครองของกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่น เป็นเวลา 4 ปี ระหว่างปีค.ศ.1941-1945 โดยกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นได้โจมตีดินแดนอาณานิคมนี้ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 1941 ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับที่ญี่ปุ่นโจมตีเพิร์ล ฮาร์เบอร์ (Pearl Harbor)

          ภายหลังสงครามสิ้นสุดลง ประชากรของดินแดนอาณานิคมนี้ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะมีแรงงานชาวจีนที่มีฝีมือ (skilled Chinese) และมีผู้อพยพชาวจีนจากแผ่นดินใหญ่ จำนวนมากได้อพยพข้ามพรมแดน ภายหลังพรรคคอมมิวนิสต์ได้ยึดอำนาจครองจีนแผ่นดินใหญ่เมื่อปีค.ศ.1949 ทำให้ดินแดนอาณานิคมนี้มีจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

          ในช่วงทศวรรษที่ 1950 ดินแดนอาณานิคมนี้ได้กลายเป็นเสือตัวแรกในบรรดาเสือสี่ตัวแห่งเอเชียที่ได้มีความเจริญก้าวหน้าด้านอุตสาหกรรม

            รัฐบาลที่ปกครองอาณานิคมนี้ได้พยายามปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานและการให้บริการสาธารณะต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการการเคหะ การจัดตั้งคณะกรรมการอิสระในการต่อต้านการทุจริตคอร์รับชัน การก่อสร้างรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน  และการคมนาคมขนส่งด้านอื่น ๆ

            ในช่วงทศวรรษที่ 1990 ฮ่องกงกลายเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางเรือ (shipping hub) และศูนย์กลางทางการเงินแห่งหนึ่งของโลก (global financial center)

9. วิกฤตภายหลังการพ้นยุคอาณานิคม

ภาพการประท้วงใหญ่ฮ่องกง ปี 2019-2020

(Wikipedia, Hong Kong, 14th August 2023)

การประท้วงใหญ่ฮ่องกง ปี 2019-2020
(Wikipedia, Hong  Kong, 14th August 2023)

          หลังจากดินแดนอาณานิคมแห่งนี้ได้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของสหราชอาณาจักรเป็นเวลา 156 ปีแล้ว ได้มีการโอนอำนาจการปกครองฮ่อกงจากสหราชอาณาจักรกลับคืนไปเป็นส่วนหนึ่งของจีนเมื่อปีค.ศ.1997 โดยมีข้อตกลงประการหนึ่งว่า จีนจะต้องให้หลักประกันว่า ดินแดนอดีตอาณานิคมนี้ จะยังคงสามารถมีระบบการเมืองและระบบเศรษฐกิจที่มีอยู่ต่อไปตามเดิมเป็นเวลา 50 ปี

            แต่ทันทีที่มีการโอนอำนาจการปกครองไปสู่จีนกลายเป็นเขตปกครองพิเศษ ฮ่องกงได้ประสบวิกฤตการณ์บางอย่าง ได้แก่     

  • วิกฤติการณ์การเงินของเอเชียปี 1997 (1997Asian financial crisis)
  • ปัญหาการประท้วงใหญ่เรียกร้องประชาธิปไตยและต่อต้านอำนาจของรัฐบาลกลาง เมื่อปีค.ศ.2014 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีการประท้วงใหญ่ในช่วงปีค.ศ.2019-2020 ทำให้รัฐบาลจีนต้องออกมาตรการควบคุมหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อปีค.ศ.2021 ได้แก้ไขระบบเลือกตั้งของฮ่องกง โดยการลดจำนวนที่นั่งของสมาชิกสภานิติบัญญัติที่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงให้ลดน้อยลง  และผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้งหมดจะต้องได้รับการตรวจสอบและอนุมัติจากรัฐบาลจีนก่อน

10. ความเจริญก้าวหน้าในยุคปัจจุบัน

          แม้ภายหลังจากได้มีการโอนอำนาจการปกครองจากสหราชอาณาจักรไปสู่จีนนับตั้งแต่ปีค.ศ.1997 ได้มีปัญหาวิกฤตอยู่ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการเรียกร้องประชาธิปไตยในการปกครองตนเองให้มากขึ้น จนเป็นเหตุทำให้รัฐบาลจีนต้องออกมาตรการในการควบคุมเขตปกครองพิเศษนี้มากขึ้น  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปีค.ศ.2014-2021 แต่ปัจจุบันนี้เหตุการณ์ต่าง ๆ ได้สงบลงแล้ว ทำให้เขตปกครองตนเองนี้ได้กลับมาเจริญรุ่งเรืองอีกครั้งหนึ่ง ดังพอจะมีข้อมูลประกอบเปรียบเทียบกับข้อมูลของสิงคโปร์และไทยเพื่อให้เห็นภาพได้ชัดเจน ดังนี้

10.1 ขนาดจีดีพี

          ตามข้อมูลของIMF ปี 2023 เขตปกครองพิเศษนี้มีขนาดจีดีพีโตเป็นลำดับที่ 40 ของโลก จำนวน 382,854 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

             ในขณะที่ประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 27 ของโลก จำนวน 574,199 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และสิงคโปร์ อยู่ในลำดับที่ 30 ของโลก จำนวน 515,231 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

10.2 รายเฉลี่ยต่อหัว

          ตามข้อมูลของ IMF ปี 2023 เขตการปกครองพิเศษนี้ มีรายได้เฉลี่ยต่อหัว จำนวน 52,429 ดอลลาร์สหรัฐ อยู่ในลำดับที่ 18 ของโลก

            ในขณะที่สิงคโปร์อยู่ในอันดับที่ 5 ของโลก จำนวน 91,100 ดอลลาร์สหรัฐ  และไทยอยู่ในอันดับที่ 84 ของโลก จำนวน 8,181 ดอลลาร์สหรัฐ

10.3 ดัชนีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

          ตามข้อมูลปี 2021 เขตปกครองพิเศษนี้ มีดัชนีพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อยู่ที่ 0.952 นับเป็นลำดับที่ 4 ของโลก สูงกว่าสิงคโปร์ ซึ่งอยู่ในลำดับที่ 12 ของโลก ด้วยคะแนน 0.939 ส่วนไทยอยู่ในลำดับที่ 66 ของโลก ด้วยคะแนน 0.800

10.4 ดัชนีความสามารถในการแข่งขัน

          ดัชนีความสามารถในการแข่งขันปี 2023 เขตปกครองพิเศษนี้ จัดอยู่ในลำดับที่ 7 ของโลก โดยมีสิงคโปร์อยู่ในอันดับที่ 4 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ของเอเชีย ส่วนไทยอยู่ในลำดับที่ 30 ของโลก

10.5 ดัชนีความสะดวกในการลงทุน

            ดัชนีความสะดวกในการลงทุนปี 2020 เขตปกครองพิเศษนี้อยู่ในลำดับที่ 3 ของโลก มีสิงคโปร์อยู่ในลำดับที่ 2 ของโลก และเป็นลำดับที่ 1 ของเอเชีย ส่วนไทยอยู่ในลำดับที่ 21 ของโลก

10.6 ดัชนีนวัตกรรม

           ตามดัชนีนวัตกรรมปี 2022 ของ WIPO (International Innovation Index 2022) ปรากฏว่า เขตปกครองพิเศษนี้ได้คะแนน 51.8 อยู่ในลำดับที่ 14 ของโลก ส่วนสิงคโปร์ได้ 57.3 คะแนน อยู่ในลำดับที่ 7 ของโลก และไทยได้คะแนน 34.9 อยู่ในลำดับที่ 43 ของโลก

10.7 ดัชนีความโปร่งใส

            ดัชนีความโปร่งใสปี 2022 เขตปกครองพิเศษนี้ได้คะแนน 76 อยู่ในลำดับที่ 12 ของโลก โดยมีสิงคโปร์ได้คะแนน 83 อยู่ในลำดับที่ 5 ของโลก และจัดเป็นลำดับที่ 1 ของเอเชีย ส่วนไทยได้คะแนน 36 อยู่ในลำดับที่ 101 ของโลก (แพ้เวียดนาม ซึ่งได้คะแนนมากถึง 42 อยู่ในลำดับที่ 77 ของโลก)

11.สรุป

          บทความ “ฮ่องกง เขตปกครองพิเศษของจีน ” เป็นบทความที่มุ่งนำเสนอเรื่องราวของเขตปกครองพิเศษนี้ ทั้งในด้านตำแหน่งที่ตั้ง ประวัติความเป็นมา สถานะและความสำคัญ รูปแบบการปกครอง ความเจริญก้าวหน้าในยุคอาณานิคม และความเจริญก้าวหน้าภายหลังจากได้กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของจีนในฐานะเขตปกครองพิเศษ

          เขตปกครองพิเศษนี้ ได้ชื่อว่า เป็นเสือตัวแรกในบรรดาสี่เสือแห่งเอเชีย เพราะเป็นดินแดนแรกที่ได้มีความเจริญก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมในบรรดาสี่เสือแห่งเอเชียดังกล่าวในช่วงทศวรรษที่ 1850

            ความเจริญของเขตปกครองพิเศษนี้ ได้เริ่มตั้งแต่ในยุคเป็นอาณานิคมของจักรวรรดิอังกฤษ นับตั้งแต่ปีค.ศ.1842 จนกระทั่งปีค.ศ.1997 รวมเป็นระยะเวลายาวนานถึง 156 ปี เพราะสามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศได้เป็นอย่างมาก

            ตลอดระยะเวลาของการตกอยู่ภายใต้การปกครองของสหราชอาณาจักร ได้มีการพัฒนาโครงสร้างทางพื้นฐานต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทางด้านการคมนาคม

            ต่อมาได้มีการโอนอำนาจปกครองจากสหราชอาณาจักรให้กลับคืนไปเป็นส่วนหนึ่งของจีนเมื่อปีค.ศ.1997 ภายใต้หลักการ “หนึ่งประเทศ สองระบบ” ทำให้เกิดปัญหาวิกฤตเกี่ยวกับการเรียกร้องการปกครองระบอบประชาธิปไตยและการต่อต้านอำนาจการควบคุมของรัฐบาลกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการประท้วงใหญ่จนเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลกในช่วงปีค.ศ.2019-2020 จนในที่สุด รัฐบาลกลางต้องออกมาตรการในการควบคุมเขตปกครองพิเศษนี้ให้มากขึ้น โดยเพิ่มอำนาจของรัฐบาลกลาง พร้อมลดความเป็นอิสระหรือความเป็นประชาธิปไตยในการปกครองตนเองลง

            สำหรับข้อมูลและความคิดเห็นเพิ่มเติม กรุณาติดตามได้ในหัวข้อ ถาม-ตอบสนุกกับดร.ชา 369 ข้างล่างนี้

ถาม-ตอบสนุก กับดร.ชา 369

สิงคโปร์  ปรกะเทศคู่เปรียบเทียบ (Wikipedia, 14th  August 2023)
สิงคโปร์ ประเทศคู่เปรียบเทียบกัน

(Wikipedia, Singapore, 14th August 2023)

 1.ถาม- ในความสัมพันธ์กับสาธารณรัฐประชาชนจีน ฐานะของเขตปกครองพิเศษนี้ และจีนไต้หวัน แตกต่างกันอย่างไร

        ในความสัมพันธ์กับสาธารณรัฐประชาชนจีน ฮ่องกง มีฐานะเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของจีน การปกครองอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญของจีน แต่เป็นเขตการปกครองพิเศษ มีอิสระในการการปกครองตนเองค่อนข้างมาก ตามหลักการ หนึ่งประเทศ สองระบบ

            ส่วนจีนไต้หวัน ถือเป็นรัฐที่มีอำนาจอธิปไตยเป็นของตนเอง อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญของตนเอง แต่สาธารณรัฐประชาชนจีน ไม่ยอมรับอำนาจอธิปไตยดังกล่าว เพราะถือว่า ไต้หวันเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของจีน

2.ถาม- หลักการ “ประเทศเดียว สองระบบ” ซี่งเป็นหลักการที่จีนนำมาใช้ในการปกครองฮ่องกง ภายหลังจากได้รับการโอนอำนาจปกครองจาก สหราชอาณาจักร หมายความว่าอย่างไร

          หลักการ “ประเทศเดียว สองระบบ” หมายความว่า จีนให้หลักประกันและยินยอมให้ฮ่องกงสามารถใช้ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมและระบบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่มีอยู่ในยุคที่ตกเป็นอาณานิคมของสหราชอาณาจักรต่อไปเป็นเวลา 50 ปี จนกระทั่งปีค.ศ.2047 โดยไม่ต้องใช้ระบบเศรษฐกิจและระบบการปกครองแบบสังคมนิยมแบบจีนแผ่นดินใหญ่

3.ถาม- ในทางพฤตินัย จีนสามารถรักษาหลักประกันดังกล่าวได้หรือไม่เพียงใด

          ในทางพฤตินัย หากเป็นเรื่องระบบเศรษฐกิจไม่มีปัญหาอะไร เขตปกครองตนเองนี้ยังคงสามารถดำเนินเศรษฐกิจตามระบบทุนนิยมของตนต่อไปตามเดิมได้ แต่ในด้านการเมืองการปกครอง ไม่สามารถรักษาหลักประกันดังกลาวไว้ได้ เนื่องจากประชาชน ได้มีการชุมชุมประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตย และความเป็นอิสระจากจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปีค.ศ.2019-2020 ได้มีการชุมนุมประท้วงใหญ่เป็นระยะเวลาอันยาวนานจนเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก และเป็นเหตุทำให้รัฐบาลจีนต้องตัดสินใจใช้อำนาจการควบคุมเขตปกครองตนเองนี้มากยิ่งขึ้น

4.ถาม- รัฐบาลจีนได้กำหนดมาตรการในการควบคุมการปกครองตนเองของเขตปกครองพิเศษนี้อย่างไร

            แม้จะยินยอมให้การเลือกตั้งผู้บริหารและสมาชิกสภานิติบัญญัติของเขตปกครองพิเศษนี้ในรูปแบบประชาธิปไตย  แต่อำนาจตัดสินใจที่แท้จริงว่า จะให้ผู้ใดได้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารและสมาชิกสภานิติบัญญัติอยู่ที่รัฐบาลกลาง                  

            อย่างเช่น ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบริหารหรือผู้ว่าการฮ่องกง  ซึ่งเป็นหัวหน้าของรัฐบาลเขตการปกครองพิเศษ อยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินสองวาระ ๆ ละ 2 ปี โดยสภาแห่งรัฐ (The State Council) ของจีน เป็นผู้มีอำนาจแต่งตั้งหัวหน้าฝ่ายบริหารตามที่คณะกรรมการเลือกตั้งเสนอชื่อขึ้นไป คณะกรรมการเลือกตั้งดังกล่าวมีจำนวน 1,200 คน ประกอบด้วยผู้นำจากภาคธุรกิจ ผู้นำชุมชน และผู้นำภาครัฐ

5.ถาม-สมาชิกสภานิติบัญญัติของเขตปกครองพิเศษนี้มีที่มาเป็นประชาธิปไตยมากน้อยเพียงใด

            หากจะเปรียบเทียบกับประเทศโลกเสรี ที่มาของสมาชิกสภานิติบัญญัติของเขตปกครองพิเศษนี้ ยังไม่อาจถือว่า เป็นประชาธิปไตย เพราะไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนทั้งหมด กล่าวคือ สภานิติบัญญัติของเขตการปกครองพิเศษนี้ เป็นระบบสภาเดียว มีสมาชิก 90 คน อยู่ในวาระ 4 ปี มีที่มาหลายทาง ได้แก่ สมาชิกที่ได้รับเลือกตั้งโยตรงจากประชาชน จำนวน 20 คน สมาชิกที่ได้รับแต่งตั้งจากรัฐบาลกลาง จำนวน 35 คน สมาชิกที่ได้รับการคัดเลือกจากภาคธุรกิจภาคส่วนต่าง ๆ หรือกลุ่มผลประโยชน์ จำนวน 30 คน  และสมาชิกที่ได้รับการเสนอชื่อด้วยวิธีการอื่น ๆ จำนวน 5 คน

6. ถาม-อยากให้เปรียบเทียบความเจริญก้าวหน้าระหว่างเขตปกครองพิเศษนี้กับสิงคโปร์

          ข้อมูลพื้นฐานของเขตและสิงคโปร์ที่มีอยู่ร่วมกันคือ คือ ต่างเคยเป็นดินแดนอาณานิคมของ สหราชอาณาจักร  ต่างเป็นดินแดนหรือประเทศที่เป็นเกาะ ทั้งอยู่ในตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญของโลก ทำให้เป็นดินแดนหรือประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วเพราะเป็นศูนย์กลางการเดินเรือ การบิน และการค้าที่สำคัญของโลก

            ในด้านขนาดพื้นที่และจำนวนประชากร เขตปกครองพิเศษนี้ มีขนาดพื้นที่และจำนวนประชากรมากว่าสิงคโปร์ กล่าวคือ เขตปกครองพิเศษนี้ มีพื้นที่ 1,108 ตร.กม. และมีประชากรจำนวน 7,330,200 คน ส่วนสิงคโปร์มีพื้นที่ 734 ตร.กม. และประชากรจำนวน 5,637,000 คน

            แต่ในด้านความเจริญก้าวหน้า หากจะวัดจากขนาดจีดีพีและรายได้เฉลี่ยต่อหัว ต้องถือว่า สิงคโปร์ มีความเจริญก้าวหน้ามากกว่เขตปกครองพิเศษนี้ ค่อนข้างมากทีเดียว กล่าวคือ สิงคโปร์มีขนาดจีดีพี จำนวน 515,231 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงเป็นอันดับที่ 30 ของโลก ส่วนฮ่องกงมีขนาดจีดีพี จำนวน 382,854 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงเป็นอันดับที่ 40 ของโลก

            ส่วนในด้านรายได้เฉลี่ยต่อหัว สิงคโปร์มีรายได้เฉลี่ยต่อหัว 91,100 ดอลลาร์สหรัฐ สูงเป็นอันดับที่ 5 ของโลก  ในขณะที่เขตปกครองพิเศษนี้ มีรายได้เฉลี่ยต่อหัว 52,429 ดอลลาร์สหรัฐ สูงเป็นอันดับที่ 18 ของโลก

ดร.ชา 369

11/08/23

แหล่งอ้างอิงหลัก

          1.Wikipedia, Hong Kong (14th August 2023).

          2.Wikipedia, Hong Kong Basic Law (14th August 2023).

          3.Wikipedia, British Hong Kong (14th August 2023).

Dr.Char

Mr.Chartri DireksriMr.Chartri Direksriดร.ชาตรี ดิเรกศรี (Dr.Chartri Direksri) เคยรับราชการเป็นนักปกครองในตำแหน่งปลัดอำเภอตรี เมื่อปีพ.ศ.2517 ผ่านการดำรงตำแหน่งนายอำเภอหลายอำเภอ เป็นปลัดจังหวัด และเกษียณอายุราชการในตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด เมื่อปีพ.ศ.2554 นอกจากนี้ยังเคยเป็นอาจารย์ผู้บรรยายพิเศษ หลักสูตรปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นเวลา 9 ปี

RELATED ARTICLES

หมอ พยายาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อรักษาคนติดเชื้อโรคโควิด-19

การบริหารในสถานการณ์ฉุกเฉินกรณีโรคโควิด-19: ความรุนแรงของสถานการณ์ และแนวคิดในการแก้ปัญหา(1)

Share on Social Media facebook email 68 / 100 Powered by Rank Math SEO การมองการบริหารในสถานการณ์ฉุกเฉินกรณรีโรคโควิด-19 ด้วยประสบการณ์การบริหารเพื่อแก้ปัญหาโรคไข้หวัดนก ปีพ.ศ.2547  (1) อาจมองได้หลายมิติ ในตอนแรกนี้ จะขอกล่าวถึงมิติด้านความรุนแรงของสถานการณ์ และแนวคิดในการแก้ปัญหา 1.ความรุนแรงของสถานการณ์โรคโควิด-19 ระบาด อาจมองความรุนแรงของสถานการณ์โรควิด-19 ได้เป็น 2 ระดับโลก และความรุนแรงของสถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศไทย             1.1ความรุนแรงของสถานการณ์โรคโควิด-19 ระดับโลก           ความรุนแรงของสถานการณ์โรคโควิด-19 (Covid-19) หรือโรคไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ถือได้ว่า เป็นโรคระบาดจากคนไปสู่คนและแพร่กระจายไปทั่วโลก โดยเริ่มต้นจากประเทศจีนไปสู่อีกหลายประเทศอย่างรวดเร็วทั้งในเอเชีย ยุโรป และอเมริกา มียอดผู้ติดเชื้อ…

พระพุทธเจ้า มีคาถารักษาโรคเรื้อรังได้หรือไม่ (16)(New***) 2

พระพุทธเจ้า มีคาถารักษาโรคเรื้อรังได้หรือไม่ (16)(New***)

Share on Social Media facebook email 90 / 100 Powered by Rank Math SEO “พระพุทธเจ้า มีคาถารักษาโรคเรื้อรังได้หรือไม่” นับเป็นบทความลำดับที่ 16 ของหมวด 7 เรื่องเล่า ประสบการณ์ปฏิบัติธรรม เพื่อคลายทุกข์ มีเนื้อหาประกอบด้วย ความนำ  พระพุทธเจ้ามีหลักคำสอนว่าอย่างไร   ประเภทของโรค โรคเรื้อรัง โรคเรื้อรังที่น่าสนใจ แนวทางในการรักษาโรคเรื้อรัง คาถารักษาโรคทุกโรคของพระพุทธเจ้า ทำไมจึงควรนำคาถานี้ไปใช้ในการรักษาโรคเรื้อรัง ประสบการณ์ในการนำคาถานี้มาใช้ ขั้นตอนและแนวทางในการนำคาถานี้ไปใช้ การบริกรรมคาถา การอธิษฐานจิต การสั่งจิตใต้สำนึก การสร้างมโนภาพ  ตัวอย่างการอธิษฐานจิตรวมทุกโรค ตัวอย่างการอธิษฐานจิตเฉพาะโรค สรุป ถาม-ตอบสนุก กับดร.ชา 369          …

ไต้หวัน มีความเจริญมากน้อยเพียงใด (12) 4

ไต้หวัน มีความเจริญมากน้อยเพียงใด (12)

Share on Social Media facebook email 87 / 100 Powered by Rank Math SEO “ไต้หวัน มีความเจริญมากน้อยเพียงใด” เป็นบทความลำดับที่ 12 ของหมวด 14 เรื่องเล่า ประเทศเอเชียตะวันออก มีหัวข้อ ดังนี้ ความนำ  ประวัติความเป็นมาของไต้หวันโดยย่อ ตำแหน่งที่ตั้งและขนาดพื้นที่ ประชากร (จำนวน เชื้อชาติ และศาสนา) การปกครอง เมืองหลวง ความสัมพันธ์กับต่างประเทศ  ตัวชี้วัดความเจริญทางเศรษฐกิจ ตัวชี้วัดความเจริญในด้านอื่น ๆ   สรุป ถาม-ตอบสนุก กับดร.ชา 36           “ไต้หวันหรือจีนไทเป เป็นประเทศที่ได้ชื่อว่า เป็นเสือตัวหนึ่งในบรรดาสี่ตัวของเอเชีย…

เกาหลีเหนือ เป็นประเทศเผด็จการสมบูรณ์แบบ (11) 5

เกาหลีเหนือ เป็นประเทศเผด็จการสมบูรณ์แบบ (11)

Share on Social Media facebook email 87 / 100 Powered by Rank Math SEO “เกาหลีเหนือ เป็นประเทศเผด็จการสมบูรณ์แบบ” เป็นบทความลำดับที่ 11 ของหมวด 14 เรื่องเล่า ประเทศเอเชียตะวันออก  มีหัวข้อประกอบด้วย ความนำ ตำแหน่งที่ตั้งของเกาหลีเหนือ  ขนาดพื้นที่ ประชากร ประวัติความเป็นมา การเมืองการปกครอง  อุดมการณ์ของชาติ ตระกูลคิม ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้ สิทธิมนุษยชน การทหาร สรุป ถาม-ตอบสนุก กับดร.ชา 369 “ประเทศเกาหลีเหนือ แม้เป็นประเทศขนาดเล็ก มีประชากรไม่มาก และมีฐานะยากจน แต่ก็สามารถเป็นประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์ และมีความแข็งแกร่งด้านการทหาร…

1 COMMENT

  1. เสียดายที่มีเหตุการณ์ทำลายความเจริญช่วงโจวซัวหว่อง แต่รายได้ต่หัวประชากรเขาก็ไม่ได้ตกต่ำม่กมาย

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Share on Social Media
%d bloggers like this: